ไทย
หน้าแรก / Berita Forex / สัญญาณ BOJ กับความเสี่ยงของการปิดสถานะ Yen Carry Trade

สัญญาณ BOJ กับความเสี่ยงของการปิดสถานะ Yen Carry Trade

ตลาดการเงินโลกกำลังจับตาการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น หรือ BOJ ในวันที่ 30 ตุลาคม ซึ่งคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.25% ระดับสูงสุดในรอบ 31 ปี

แต่สิ่งที่ตลาดสนใจไม่ใช่ผลการตัดสินใจ หากเป็นถ้อยคำในแถลงการณ์และรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจ

### ทำไม BOJ ถึงไม่ขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้

เหตุผลแรกคือช่วงเวลา เพิ่งขึ้นดอกเบี้ยไปเมื่อเดือนกันยายน การขึ้นครั้งที่สองติดต่อกันในระยะเวลาห่างกันเพียงเดือนเดียวเป็นเรื่องที่หาได้ยากในประวัติศาสตร์ของ BOJ ซึ่งย้ำเสมอเรื่องความต่อเนื่องและคาดการณ์ได้ของนโยบาย

เหตุผลที่สองคือสภาพแวดล้อมภายนอก สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่ธนาคารกลางใหญ่หลายแห่งประชุมพร้อมกัน ทั้งเฟด ECB ธนาคารกลางแคนาดา และ RBNZ ต่างตัดสินใจนโยบายในสัปดาห์เดียวกัน บวกกับราคาน้ำมันที่ผันผวนจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง BOJ มีเหตุผลเพียงพอที่จะรอดู

เหตุผลที่สามคือการเมือง รัฐบาลญี่ปุ่นอ่อนไหวต่อจังหวะการฟื้นฟูนโยบายการเงินมาโดยตลอด โดยเฉพาะเมื่อเงินเยนอ่อนค่าทำให้ต้นทุนนำเข้าเพิ่มขึ้นและกระทบกำลังซื้อของประชาชน BOJ ต้องหาจุดสมดุลระหว่างการชะลอการอ่อนค่าของเงินเยนกับการไม่ทำให้ตลาดตกใจ

### ถ้อยคำสำคัญกว่าผลการตัดสินใจ

หลายสำนักคาดการณ์ว่า BOJ จะประกาศว่าเงินเฟ้อถึงเป้า 2% อย่างยั่งยืนแล้ว หลังจากต่อสู้มาเกือบ 14 ปี

นี่ดูเหมือนเป็นเพียงถ้อยคำทางเทคนิค แต่จริงๆ แล้วเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นของการเปลี่ยนนโยบาย ความกังวลใหญ่ที่สุดของ BOJ ในอดีตคือภาวะเงินฝืดฝังรากลึก เมื่อประกาศว่าชนะเงินฝืดแล้ว หมายความว่าจุดยึดของกรอบนโยบายเปลี่ยนจากต่อสู้กับเงินฝืด เป็นการป้องกันเศรษฐกิจร้อนแรงเกินไป ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ขึ้นดอกเบี้ยต่อไป

ตลาดคาดว่า BOJ จะปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อ และส่งสัญญาณว่าอาจขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมหรือมกราคม

### สามสถานการณ์ของดอลลาร์ต่อเยน

ปัจจุบันดอลลาร์ต่อเยนซื้อขายในกรอบ 157 ถึง 158 ซึ่งเป็นระดับที่อ่อนไหว เพราะใกล้กับระดับที่ทางการญี่ปุ่นเคยส่งสัญญาณแทรกแซงด้วยวาจาหลายครั้ง

สถานการณ์ที่หนึ่ง BOJ คงดอกเบี้ยแต่ส่งสัญญาณเข้มงวด เงินเยนอาจแข็งค่าขึ้นระยะสั้น ดอลลาร์ต่อเยนอาจย่อลงไปที่ 155 แต่ผลกระทบจำกัด เพราะส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐและญี่ปุ่นยังกว้างมาก

สถานการณ์ที่สอง BOJ คงดอกเบี้ยและถ้อยคำเป็นกลาง ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด ตลาดจะตอบสนองไม่มากนัก และคู่เงินจะแกว่งในกรอบ 157 ถึง 159

สถานการณ์ที่สาม BOJ ขึ้นดอกเบี้ยอย่างไม่คาดคิด หรือให้กรอบเวลาชัดเจนสำหรับการขึ้นในเดือนธันวาคม กรณีนี้จะกระตุ้นการปิดสถานะ carry trade อย่างรวดเร็ว เงินเยนอาจแข็งค่าขึ้นสองถึงสามเยน ดอลลาร์ต่อเยนอาจทดสอบโซน 152 ถึง 154 ความน่าจะเป็นไม่สูง แต่ผลกระทบจะรุนแรงมาก

### ความเสี่ยงของ carry trade

ต้องเตือนว่า carry trade ซึ่งกู้เงินเยนดอกเบี้ยต่ำไปลงทุนในสินทรัพย์ผลตอบแทนสูง มีขนาดใหญ่โตมากในช่วงสองปีที่ผ่านมา

เมื่อ BOJ ส่งสัญญาณเข้มงวดเร็วขึ้น หรือความเชื่อมั่นต่อความเสี่ยงทั่วโลกแย่ลง การปิดสถานะเหล่านี้จะเป็นแบบเหยียบกันตาย นักลงทุนซื้อเงินเยนพร้อมกันเพื่อชำระหนี้ ทำให้เงินเยนแข็งค่าอย่างรวดเร็วและสินทรัพย์ผลตอบแทนสูงร่วงลง เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ข้ามตลาด

เดือนสิงหาคม 2024 เคยเกิดภาพแบบนี้มาแล้ว ดัชนีนิกเกอิตกลงกว่า 12% ในวันเดียว

### คำแนะนำในการปฏิบัติ

สำหรับภาคธุรกิจที่มีหนี้สินเป็นเงินเยน ควรทบทวนสัดส่วนการป้องกันความเสี่ยง หากคาดว่าเงินเยนจะแข็งค่าขึ้นในระยะกลาง ควรเพิ่มสัดส่วนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อล็อกต้นทุน

สำหรับเทรดเดอร์ แนะนำให้รออย่างน้อยครึ่งชั่วโมงหลังประกาศผลก่อนตัดสินใจ เพื่อหลีกเลี่ยงสภาวะสภาพคล่องต่ำที่ทำให้เกิดการเลื่อน slippage สูง และควบคุมเลเวอเรจอย่างเข้มงวด เพราะคืนวันประชุมธนาคารกลางมักมี slippage สูงกว่าปกติมาก

สำหรับนักลงทุนระยะยาว เหตุการณ์ลักษณะนี้มักเป็นโอกาสมากกว่าภัยคุกคาม การถูกบังคับขายจาก systemic unwinding มักสร้างจุดเข้าซื้อที่น่าสนใจ แต่เงื่อนไขคือคุณต้องมีเงินสดและรอดไปถึงตอนนั้นให้ได้

เริ่มต้นเส้นทางการเทรดของคุณวันนี้

เปิดบัญชี XM วันนี้ ใช้สเปรดต่ำ เลเวอเรจสูง และรับการสนับสนุน 24/5

เปิดบัญชีฟรี →