ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ประกาศออกมาในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมนี้ช่วยตอกย้ำภาพเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯ ทั้งในด้านตลาดแรงงานและเงินเฟ้อ โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมิถุนายนปรับตัวลดลงเล็กน้อย แต่ยังคงมีแรงกดดันด้านราคาในภาคบริการที่สูง
ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกที่ 215,000 ราย ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ สะท้อนถึงตลาดแรงงานที่ตึงตัวและสนับสนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สามารถคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไปได้ตามที่ได้ส่งสัญญาณไว้ในรายงานการประชุม FOMC
รายงานการประชุม FOMC ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมชี้ให้เห็นว่าคณะกรรมการเฟดเห็นพ้องกันว่าการต่อสู้กับเงินเฟ้อยังต้องดำเนินต่อไป โดยเฉพาะเงินเฟ้อในภาคบริการที่ยังคงเหนียวแน่น การคงอัตราดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75% ในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการทั้งหมด
แนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐฯ ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 ยังคงมีความไม่แน่นอน แม้ตลาดจะคาดหวังการผ่อนคลายนโยบายการเงิน แต่ท่าทีของประธานเฟดนายเควิน วอร์ช ที่ส่งสัญญาณเหยี่ยว รวมถึงการคาดการณ์ทางเศรษฐกิจ (SEP) ที่ชี้ถึงการปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อยอีกครั้ง ตอกย้ำว่าเฟดยังไม่พร้อมที่จะปรับลดดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้
ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 4.545% เป็นผลมาจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อพันธบัตรในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสงครามตะวันออกกลาง การลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรเป็นสิ่งที่ผิดปกติเมื่อเทียบกับท่าทีเหยี่ยวของเฟด แต่สะท้อนถึงความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งแกร่งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเงินเยนญี่ปุ่นที่อ่อนค่าลงจากความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น ทำให้คู่สกุลเงิน USD/JPY เคลื่อนไหวในกรอบสูง
สำหรับมุมมองของตลาดในครึ่งปีหลัง ทิศทางค่าเงินและอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ จะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่จะประกาศออกมา โดยเฉพาะข้อมูลการจ้างงานและเงินเฟ้อ รวมถึงพัฒนาการของความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่มีผลต่อราคาน้ำมันและอัตราเงินเฟ้อของโลก