ช่วงต้นสัปดาห์นี้ตลาดฟอเร็กซ์เห็นการฟื้นตัวของสกุลเงินหลักหลายตัว หลังจากดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงจากการแทรกแซงค่าเงินเยนร่วมกันของสหรัฐฯ และญี่ปุ่น เงินยูโรดีดกลับยืนเหนือระดับ 1.15 ต่อดอลลาร์ หลังจากเพิ่งแตะจุดต่ำสุดบริเวณ 1.14 ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ขณะที่เงินหยวนก็แข็งค่าขึ้นแตะระดับแข็งที่สุดในรอบหนึ่งปี ซึ่งสะท้อนว่าภาพ “ดอลลาร์แข็งค่า สกุลเงินอื่นอ่อนตัว” ที่เคยครอบงำตลาดกำลังเปลี่ยนไป
การอ่อนค่าของดอลลาร์มาจากสองแรงกดดันหลัก ประการแรก การแทรกแซงร่วมของสหรัฐฯ และญี่ปุ่นทำให้ดอลลาร์ถูกขายออกเพื่อซื้อเยน ประการที่สอง ข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลงช่วยลดทอนแรงเหวี่ยงของค่าดอลลาร์ ดัชนีดอลลาร์ร่วงลงจากจุดสูงสุดช่วงปลายเดือนกรกฎาคมราว 1.5% มาอยู่บริเวณ 99.94 ซึ่งเปิดช่องให้สกุลเงินอื่นฟื้นตัว
เงินยูโรแม้จะดีดตัวขึ้น แต่ก็ยังมีแรงกดดันอยู่บ้าง การที่สหรัฐฯ ใช้วิธีขายยูโรเพื่อซื้อเยน ทำให้ตลาดอาจเห็นคำสั่งขายยูโรอย่างต่อเนื่องจากฝั่งทางการ อีกทั้งพื้นฐานเศรษฐกิจยูโรโซนยังไม่สดใสนัก อุตสาหกรรมการผลิตยังอยู่ภายใต้แรงกดดัน และอัตราเงินเฟ้อยังไม่กลับเข้าสู่เป้าหมายของธนาคารกลางยุโรปอย่างเต็มที่ การตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยของ ECB ในเดือนกันยายนจึงเป็นจุดที่ตลาดจับตา
สำหรับเงินหยวน การแข็งค่าขึ้นมาอยู่ในระดับสูงสุดในรอบปีนั้นได้แรงหนุนจากทั้งการอ่อนค่าของดอลลาร์และความต้องการซื้อหยวนของภาคธุรกิจในช่วงสิ้นปี นักวิเคราะห์มองว่าแนวโน้มนี้จะดำเนินต่อไปได้ตราบที่ดอลลาร์ยังอ่อนแอ แต่ก็มีข้อจำกัด เพราะธนาคารกลางจีนมักจะดูแลไม่ให้หยวนแข็งค่าแบบสุดขั้วเกินไป
โดยรวมแล้ว การฟื้นตัวของสกุลเงินนอกดอลลาร์ในระยะนี้เป็นผลมาจากนโยบายการเงินและเหตุการณ์เป็นหลัก ไม่ใช่สัญญาณของการพลิกกลับของพื้นฐานเศรษฐกิจอย่างแท้จริง นักลงทุนควรติดตามข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ ในวันศุกร์ และการเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ เพื่อปรับมุมมองต่อทิศทางค่าเงินในระยะต่อไป