คลื่น แรง กดดัน ที่ ไหล ท่วม สกุล เงิน เอเชีย ใน สัปดาห์ นี้ มี ต้น ตอ จาก สอง ปัจจัย หลัก ที่ ทำงาน ควบ คู่ กัน คือ ราคา น้ำมัน ที่ สูง ขึ้น และ ผล ตอบแทน พันธบัตร สหรัฐ ที่ ปรับ ตัว ขึ้น ซึ่ง ทั้ง สอง ปัจจัย ล้วน บั่นทอน ความ อยาก เสี่ยง ของ นัก ลงทุน ทั่ว โลก
บัญชี ใหม่ ของ ห้องค้า OCBC ระบุ ตรง ๆ ว่า เงิน รูปี อินเดีย เปโซ ฟิลิปปินส์ รูเปียห์ อินโดนีเซีย และ บาท ไทย ต่าง อ่อนค่า ลง จาก ผล ของ ราคา น้ำมัน ที่ สูง ขึ้น และ ผล ตอบแทน พันธบัตร ที่ เพิ่ม ขึ้น ลำดับ ของ สกุลเงิน ที่ ถูก กล่าวถึง นี้ บอก ใบ้ ว่า ประเทศ ที่ นำเข้า พลังงาน สุทธิ เป็น ผู้ รับ ผล กระทบ หนัก ที่สุด
สินค้า ของ อินเดีย กำลัง เผชิญ กับ แรง กดดัน เชิง โครงสร้าง ที่ นอก เหนือ กว่าประเทศ อื่น เพราะ ต้อง นำเข้า พลังงาน จำนวน มาก และ ยัง ต้อง รักษา ดุล การ ค้า เงิน รูปี ได้ ทดสอบ ระดับ 96.00 ต่อ ดอลลาร์สหรัฐ หลาย ครั้ง แต่ ไม่ สามารถ ทะลุ ขึ้น ไป ได้ ซึ่ง เป็น หลักฐาน ชัดเจน ของ การ แทรกแซง ตลาด โดย ธนาคาร กลาง อินเดีย
การ แทรกแซง ของ ธนาคาร กลาง อินเดีย นี้ ไม่ ได้ เป็น เรื่อง แปลก เพราะ ประเทศ ที่ มี เงิน สำรอง ระหว่าง ประเทศ เพียงพอ มัก เลือก ใช้ วิธี นี้ ใน การ ควบคุม ความ ผันผวน แทน การ ปล่อย ให้ ค่าเงิน ปรับ ตัว ตาม ตลาด อย่าง เต็มที่ ผล ที่ ตาม มา คือ ค่าเงิน จะ ปรับ ตัว ช้า ลง แต่ ทิศทาง จะ ถูก กำหนด โดย ทางการ มาก กว่า ปกติ
ใน ฝั่ง ของ อินโดนีเซีย เงิน รูเปียห์ อ่อนค่า ลง เช่น กัน และ ความ กังวล หลัก ของ ตลาด คือ เรื่อง ของ การ ขาด ดุล บัญชี เดินสะพัด และ ต้นทุน พลังงาน ที่ เพิ่ม สูง ขณะที่ เปโซ ฟิลิปปินส์ อ่อนค่า ลง จาก ทั้ง ปัจจัย ภาย นอก เรื่อง ดอกเบี้ย และ ปัจจัย ภาย ใน จาก ตัวเลข เศรษฐกิจ ที่ ยัง ไม่ ฟื้น ตัว อย่าง ชัดเจน
สำหรับ บาท ไทย นั้น เป็น หนึ่ง ใน สกุลเงิน ที่ ได้ รับ ผล กระทบ โดย ตรง ทั้ง จาก ราคา น้ำมัน ที่ สูง ขึ้น ซึ่ง กระทบ ต้นทุน การ นำเข้า พลังงาน และ จาก ผล ตอบแทน พันธบัตร สหรัฐ ที่ สูง ขึ้น ซึ่ง ดึง เงิน ทุน ออก จาก ตลาด เกิด ใหม่ แรง กดดัน จึง มา จาก สอง ทาง พร้อม กัน
ใน ฝั่ง ของ อุปทาน น้ำมัน ปัจจัย ที่ ทำให้ ราคา สูง ขึ้น คือ สถานการณ์ ใน ช่องแคบ ฮอร์มุซ หลัง อิหร่าน ประกาศ พร้อม เปิด ช่องแคบ ภาย ใน เจ็ด วัน หาก วอชิงตัน ยอมรับ เงื่อนไข ดัชนี อุตสาหกรรม ดาวโจนส์ เคลื่อนไหว บริเวณ 51,800 จุด หลัง ตอบรับ ข่าว นี้ แต่ ราคา น้ำมัน ยัง คง ผันผวน สูง
ใน ด้าน ของ ราคา น้ำมัน ข้อมูล ล่า สุด ชี้ ว่า น้ำมันดิบ เบรนต์ และ WTI มี แนวโน้ม ปิด สัปดาห์ บวก เล็ก น้อย ราว ร้อย ละ 2 แต่ WTI กลับ ร่วง ถึง ร้อย ละ 7 เมื่อ เทียบ สัปดาห์ ต่อ สัปดาห์ เพราะ ต้นทุน ค่า ระวางเรือ ที่ พุ่ง สูง และ ความ กังวล ใน ตลาด ดีเซล ทำให้ ส่วน ต่าง ระหว่าง เบรนต์ กับ WTI กว้าง ขึ้น เป็น ราว 12 ดอลลาร์ ต่อ บาร์เรล
ใน ฝั่ง ของ อินเดีย ปัจจัย ซ้ำ เติม อีก ประการ คือ เรื่อง ของ ถ่านหิน ทางการ อินเดีย กำลัง พิจารณา กำหนด ให้ โรง ไฟฟ้า ต้อง ผสม ถ่านหิน นำเข้า ใน สัดส่วน ที่ บังคับ เนื่อง จาก ปริมาณ สำรอง ถ่านหิน ที่ โรง ไฟฟ้า กำลัง ลด ลง อย่าง น่า กังวล มาตรการ นี้ หาก ประกาศ ออก จริง จะ เพิ่ม แรง กดดัน ต่อ ต้นทุน พลังงาน ของ อินเดีย ต่อ ไป อีก
ใน ทาง กลับ กัน สถานการณ์ ใน ฝั่ง ของ อุปทาน ก็ มี ปัจจัย บวก อยู่ บ้าง จำนวน แท่น ขุดเจาะ ของ สหรัฐ เพิ่ม ขึ้น เป็น 599 แท่น สูง กว่า ปี ก่อน 50 แท่น โดย แท่น ขุด น้ำมัน เพิ่ม ขึ้น 3 แท่น เป็น 455 แท่น ตาม ข้อมูล ของ เบเกอร์ ฮิวจ์ส ขณะ ที่ ไนจีเรีย ผลิต น้ำมัน ดิบ ใน ระดับ สูงสุด ใน รอบ หก ปี
ใน ภูมิภาค นี้ สกุลเงิน ที่ พึ่งพา การ ท่องเที่ยว และ การ ส่งออก บริการ อย่าง บาท ไทย จะ ได้ รับ ผล กระทบ สอง ทาง คือ หาก เงินบาท อ่อนค่า ลง ต่อ เนื่อง รายได้ จาก นัก ท่องเที่ยว ต่าง ชาติ จะ เพิ่ม ขึ้น เมื่อ คิด เป็น เงินบาท แต่ ต้นทุน สินค้า นำเข้า จะ สูง ขึ้น และ กดดัน อัตรา เงินเฟ้อ ภาย ใน ประเทศ
ตัวชี้วัด ที่ ต้อง จับตา ต่อ จาก นี้ คือ ทิศทาง ของ ผล ตอบแทน พันธบัตร สหรัฐ อายุ 10 ปี ที่ ยืน ใกล้ 5.18% ถึง 5.20% และ ระดับ ความ คืบหน้า ของ การ เจรจา เรื่อง ช่องแคบ ฮอร์มุซ หาก ทั้ง สอง ปัจจัย คลาย ความ ตึงเครียด ลง สกุลเงิน เอเชีย อาจ มี จังหวะ ฟื้น ตัว ใน ระยะ สั้น แต่ หาก ความ ตึงเครียด ยัง ต่อ เนื่อง แรง กดดัน จะ ยัง คง อยู่
สำหรับ ผู้ ส่งออก และ นำเข้า ใน ประเทศ เอเชีย ตะวันออก เฉียง ใต้ ช่วง นี้ เป็น ช่วง ที่ ต้อง ตรวจ สอบ ฐานะ เปิด รับ ความ เสี่ยง ค่าเงิน อย่าง ละเอียด และ พิจารณา ใช้ เครื่องมือ ป้องกัน ความ เสี่ยง ล่วงหน้า มาก ขึ้น เพราะ ความ เสี่ยง ไม่ ได้ มา จาก ทิศทาง เดียว อีก ต่อ ไป แต่ มา จาก ทั้ง ราคา พลังงาน ดอกเบี้ย ระดับ โลก และ ความ ไม่ แน่นอน ทาง ภูมิรัฐศาสตร์ พร้อม กัน
ภาพ ของ การ แทรกแซง ใน ภูมิภาค นี้ น่า สนใจ เพราะ แต่ละ ประเทศ ใช้ วิธี การ ต่าง กัน ประเทศ ที่ มี เงิน สำรอง สูง อย่าง จีน และ สิงคโปร์ ใช้ กลไก การ กำหนด ค่า กลาง ของ ตน ใน การ นำ ทาง ตลาด ประเทศ ที่ ต้อง รักษา เสถียรภาพ ระยะ สั้น ใช้ การ ขาย เงิน ดอลลาร์ โดย ตรง ขณะ ที่ ประเทศ ที่ ต้อง รักษา ดอกเบี้ย ภาย ใน ใช้ การ ขึ้น อัตรา ดอกเบี้ย เป็น เครื่องมือ หลัก
ใน กรณี ของ อินเดีย การ ที่ เงิน รูปี ทดสอบ ระดับ 96.00 หลาย ครั้ง แต่ ไม่ ทะลุ เป็น สัญญาณ ว่า ทางการ มี แนว รับ จิต วิทยา ที่ ชัดเจน และ พร้อม ที่ จะ ใช้ เงิน สำรอง ใน การ ป้องกัน ระดับ นั้น การ กำหนด แนว รับ เช่น นี้ อาจ ส่ง ผล ให้ ตลาด เปลี่ยน พฤติกรรม ใน การ ทดสอบ ระดับ ราคา แต่ ก็ อาจ สร้าง ความ คาดหวัง ที่ ผิด ได้ ถ้า ทางการ ไม่ สามารถ รักษา แนว รับ ได้ ใน ระยะ ยาว
สำหรับ ประเทศ ที่ มี เงินเฟ้อ จาก พลังงาน สูง อย่าง ไทย และ ฟิลิปปินส์ การ แข็งค่า ของ เงิน ตรา ต่าง ประเทศ ปัญหา สำคัญ ไม่ ได้ อยู่ ที่ ระดับ ค่าเงิน เพียง อย่าง เดียว แต่ อยู่ ที่ ผล กระทบ ต่อ ราคา สินค้า นำเข้า โดย เฉพาะ พลังงาน ซึ่ง จะ ส่ง ผ่าน ไป ถึง ต้นทุน การ ผลิต และ ค่า ครอง ชีพ ของ ประชาชน ใน ที่ สุด
ใน เชิง ของ นโยบาย ระยะ ถัดไป การ ผสมผสาน ระหว่าง การ แทรกแซง ตลาด อย่าง มี เป้าหมาย และ การ ใช้ นโยบาย อัตรา ดอกเบี้ย เป็น ทาง เลือก ที่ หลาย ประเทศ ใน เอเชีย กำลัง ใช้ เพราะ การ ขึ้น ดอกเบี้ย เพื่อ ป้องกัน ค่าเงิน เพียง อย่าง เดียว อาจ ทำ ให้ เศรษฐกิจ ภาย ใน ชะลอ ตัว หนัก เกิน ไป และ สร้าง ปัญหา ใหม่ ใน ระยะ ถัดไป
โดย สรุป ภาพ ของ สกุลเงิน เอเชีย ใน สัปดาห์ นี้ คือ ภาพ ของ การ ปรับ ตัว ภาย ใต้ แรง กดดัน สอง ด้าน ที่ ยัง ไม่ มี ทีท่า จะ คลาย ลง อย่าง รวดเร็ว การ ใช้ นโยบาย แทรกแซง อย่าง มี เป้าหมาย และ การ สื่อสาร ที่ ชัดเจน ของ ธนาคารกลาง แต่ละ แห่ง จะ เป็น ตัว กำหนด ว่า ความ ผันผวน จะ อยู่ ใน กรอบ ที่ จัดการ ได้ หรือ ขยาย ตัว จน กระทบ เศรษฐกิจ จริง
ประเด็นที่มีความสำคัญและมักถูกมองข้ามคือขีดจำกัดของการแทรกแซง การที่ธนาคารกลางต้องขายเงินดอลลาร์ในปริมาณมากเพื่อพยุงค่าเงินของตนเอง หมายความว่าทุนสำรองระหว่างประเทศจะลดลงอย่างต่อเนื่อง และตลาดรับรู้ข้อจำกัดนี้เป็นอย่างดี ทำให้การเก็งกำไรทิศทางเดียวยังคงเกิดขึ้นได้ แม้จะถูกชะลอด้วยการแทรกแซง
อีกปัจจัยที่เชื่อมโยงกันคือราคาน้ำมัน เมื่อราคาน้ำมันดิบยืนอยู่ในระดับสูงและราคาน้ำมันดีเซลทำสถิติสูงสุด ประเทศผู้นำเข้าเชื้อเพลิงในเอเชียจะเผชิญกับทั้งการขาดดุลการค้าที่กว้างขึ้นและแรงกดดันเงินเฟ้อภายในประเทศ ซึ่งจำกัดความสามารถของธนาคารกลางในการผ่อนคลายนโยบาย แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจอาจต้องการการสนับสนุนก็ตาม
ในเชิงของกลยุทธ์สำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ควรให้ความสำคัญกับต้นทุนการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่สูงขึ้นในภาวะผันผวน เพราะส่วนต่างราคาซื้อขายจะกว้างขึ้นและค่าธรรมเนียมสูงขึ้น วิธีที่เหมาะสมที่สุดคือการทยอยล็อกราคาเป็นรอบ ๆ ตามความจำเป็นที่ใช้จริง แทนที่จะเก็งกำไรจากจุดเดียว
โดยสรุปแล้ว ค่าเงินเอเชียรอบนี้เป็นการอ่อนค่าที่มาจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก ไม่ได้เกิดจากความไม่สมดุลภายในของแต่ละประเทศ ดังนั้นเมื่อผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐเริ่มทรงตัวและราคาน้ำมันปรับลดลง การฟื้นตัวของค่าเงินก็มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน