คู่เงิน EUR/USD ปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างน่าสนใจ หลังยืนเหนือโซน 1.15 และทยอยขยับขึ้น โดยในเดือนที่ผ่านมาแข็งค่าขึ้นราว 1.3% การขึ้นของยูโรครั้งนี้ส่วนใหญ่ได้แรงหนุนจากข้อมูลฝั่งสหรัฐที่อ่อนแอ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้นเพียง 2.3 หมื่นตำแหน่ง และ CPI ชะลอลงสู่ 3.4% ทำให้ดัชนีดอลลาร์หลุดโซน 100 และเงินทุนไหลเข้าสู่ยูโรและสกุลเงินอื่นทดแทน
อย่างไรก็ตาม จุดแข็งของยูโรยังมีข้อกังวล แม้เงินเฟ้อในยูโรโซนจะชะลอตัว แต่การเติบโตทางเศรษฐกิจของหลายประเทศยังซบเซา หากธนาคารกลางยุโรป (ECB) หันมาผ่อนคลายนโยบายเชิงรุก แรงส่งของยูโรอาจถูกจำกัด ปัจจุบันตลาดก็เริ่มคาดการณ์การลดดอกเบี้ยของ ECB เช่นกัน หมายความว่าการแข็งค่าของยูโรอาจขึ้นอยู่กับ “ฝ่ายไหนอ่อนแอกว่า” มากกว่า “ฝ่ายไหนแข็งแกร่งกว่า”
ในเชิงเทคนิคอล คู่ EUR/USD ยืนเหนือ 1.15 แล้ว แนวต้านถัดไปอยู่ที่ 1.158-1.160 ซึ่งเป็นโซนสำคัญของปีนี้ ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1.14-1.145 หากข้อมูลยอดค้าปลีกสหรัฐยังอ่อนแอ ยูโรมีโอกาสทดสอบระดับ 1.16 แต่ถ้าดอลลาร์ดีดกลับ ยูโรอาจย่อลงมาที่ 1.14
สำหรับนักเทรดยูโร ต้องให้ความสำคัญกับสองตัวแปรหลัก ได้แก่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐจะยังอ่อนแอต่อหรือไม่ และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ ECB เกี่ยวกับทิศทางนโยบาย จากทิศทางกระแสเงินทุนพบว่าตลาดเริ่มกระจายการถือครองจากดอลลาร์ไปยังยูโรและปอนด์มากขึ้น ซึ่งช่วยหนุนแรงซื้อให้ยูโร
โดยสรุป ระยะสั้นคู่ EUR/USD มีแนวโน้มแกว่งแข็งค่า แต่แนวต้าน 1.16 มีความสำคัญ หากยังไร้ปัจจัยใหม่ ขอแนะนำให้เทรดแบบกรอบและหลีกเลี่ยงการไล่ราคาสูง โอกาสของทิศทางที่ชัดเจนจะเห็นได้ชัดขึ้นหลังการประชุม Jackson Hole และการประชุม ECB