ไทย
Laman Utama / 新闻 / ตลาดหุ้นเอเชียพุ่งขึ้น หลังข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ อ่อนแอ ค่าเงินดอลลาร์ยังอ่อนค่า จับตาข้อมูลสำคัญประจำสัปดาห์

ตลาดหุ้นเอเชียพุ่งขึ้น หลังข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ อ่อนแอ ค่าเงินดอลลาร์ยังอ่อนค่า จับตาข้อมูลสำคัญประจำสัปดาห์

ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงเช้าวันจันทร์ (10 ส.ค.) โดยตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ (NFP) เดือนกรกฎาคมออกมาอ่อนแอ เพิ่มขึ้นเพียง 23,000 ตำแหน่ง เทียบกับที่คาดการณ์ไว้ 80,000 ตำแหน่ง ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง และกระตุ้นการคาดการณ์ว่าเฟดจะเร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ดัชนีหุ้นนิกเกอิของญี่ปุ่นพุ่งขึ้นถึง 2.1% และตลาดหุ้นในภูมิภาคส่วนใหญ่ก็ปรับตัวขึ้นตามไปด้วย

ดัชนีหุ้นฮั่งเส็งของฮ่องกงเพิ่มขึ้น 0.6% ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 0.7% ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้ก็ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ แม้ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซที่ยืดเยื้อมาอย่างยาวนานจะยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยง แต่บรรยากาศการลงทุนโดยรวมกลับได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังต่อสภาพคล่องที่จะเพิ่มขึ้น ตามแนวโน้มการผ่อนคลายนโยบายการเงินของเฟด ตลาดหุ้นเอเชียจึงปรับตัวขึ้นอย่างคึกคักท่ามกลางสัญญาณเชิงบวกเหล่านี้

สำหรับเงินหยวนจีน แม้ดัชนี CPI เดือนกรกฎาคมจะชะลอลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน ซึ่งเปิดพื้นที่ให้กับนโยบายการเงินของจีนมากขึ้น แต่ดุลการค้าเกินดุลที่ขยายตัวเป็น 112,500 ล้านดอลลาร์ กลับสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของอุปสงค์จากต่างประเทศ นักวิเคราะห์มองว่า เศรษฐกิจจีนที่ดำเนินไปอย่างมีเสถียรภาพ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมภายนอกที่ซับซ้อน จะเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยหนุนค่าเงินหยวนและสกุลเงินเอเชียให้ทรงตัวได้ในระดับหนึ่ง ท่ามกลางความผันผวนของตลาดเงินโลก

ในส่วนของค่าเงินยูโร คู่สกุลเงิน EUR/USD ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเหนือระดับ 1.15 และซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 1.1550 ในช่วงเช้า หลังค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นักลงทุนจับตาว่า การแข็งค่าของยูโรในครั้งนี้จะยั่งยืนหรือไม่ โดยขึ้นอยู่กับข้อมูลสำคัญหลายรายการที่จะประกาศในสัปดาห์นี้ อาทิ ข้อมูล CPI ของสหรัฐฯ ในวันที่ 12 ส.ค. ข้อมูล PPI และ GDP ของอังกฤษในวันที่ 13 ส.ค. ตลอดจนยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ ในวันที่ 14 ส.ค. ซึ่งล้วนเป็นตัวกำหนดทิศทางของค่าเงินดอลลาร์และอัตราแลกเปลี่ยนทั่วโลก

นอกจากนี้ สัปดาห์นี้ยังมีมติอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ที่ต้องติดตาม หากข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ เร่งตัวขึ้นผิดคาด อาจจะทำให้การคาดการณ์ปรับลดดอกเบี้ยชะงักลง และทำให้ค่าเงินดอลลาร์มีโอกาสฟื้นตัวกลับมาได้ ขณะที่ค่าเงินยูโรก็อาจอ่อนค่าลงกลับสู่ระดับ 1.15 อีกครั้ง ซึ่งหมายความว่า นักลงทุนควรเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนของตลาดเงินที่คาดว่าจะยังคงสูงต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์

ในเชิงเทคนิค หลังจากที่ยูโรปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 1.15 แล้ว ด่านต้านถัดไปอยู่ที่ระดับ 1.16 หากสามารถทะลุผ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยูโรก็มีโอกาสที่จะขยายช่วงขาขึ้นต่อไป แต่ในช่วงที่ทิศทางค่อนข้างชัดเจนและความผันผวนเพิ่มขึ้นเช่นนี้ นักลงทุนควรใช้ขนาดสัญญาที่เล็กลง พร้อมทั้งตั้งจุดตัดขาดทุนอย่างเคร่งครัด และหลีกเลี่ยงการไล่ซื้อไล่ขายก่อนการประกาศข้อมูลสำคัญ เพราะตลาดค่าเงินมักต้องอาศัยการยืนยันจากปัจจัยพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง

โดยภาพรวมแล้ว ในสัปดาห์นี้ ตลาดการเงินทั่วโลกจะให้ความสนใจกับตัวเลขเงินเฟ้อและข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ เป็นหลัก ขณะที่บรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะตลาดหุ้นเอเชีย ยังคงได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มการผ่อนคลายนโยบายการเงินของเฟด นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบท่ามกลางความผันผวนที่ยังคงมีอยู่สูง

(บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลตลาดเปิดเผยเมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2569 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดใช้วิจารณญาณ)

Mulakan Perjalanan Dagangan Anda Hari Ini

Buka akaun XM sekarang dan nikmati spread rendah, leveraj tinggi, dan sokongan 24/5.

Buka Akaun Percuma →