เงินยูโร ปอนด์ และฟรังก์สวิสแข็งค่าขึ้น: DXY ร่วงต่ำกว่า 101 ตลาดประเมินทิศทางดอกเบี้ยเฟดใหม่
หลังจากการประชุมเฟดเมื่อคืนวันอังคาร สกุลเงินยุโรปปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ โดยยูโร (EUR/USD) ทะลุแนวต้าน 1.1450 ขึ้นไปแตะ 1.1478 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม ปอนด์สเตอร์ลิง (GBP/USD) พุ่งขึ้นกว่า 1% ทะลุ 1.3500 และฟรังก์สวิส (USD/CHF) ปรับตัวลงมาที่ 0.9050
การแข็งค่าของยูโรได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเงินเฟ้อที่ยังคงสูงในยูโรโซน โดยดัชนี HICP ของสเปนในเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 3.6% สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 3.4% ซึ่งจำกัดพื้นที่ในการผ่อนคลายนโยบายของ ECB ตลาดประเมินโอกาสที่ ECB จะคงอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นเป็น 65%
เงินปอนด์ได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลชุดใหม่ของสหราชอาณาจักร รัฐมนตรีคลังคนใหม่ประกาศยึดมั่นในวินัยการคลัง ซึ่งช่วยลดความกังวลของตลาดเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการคลังของสหราชอาณาจักร ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ BOE ยังคงส่งสัญญาณ Hawkish โดยเน้นว่าเงินเฟ้อภาคบริการยังคงสูงเกินไป
ฟรังก์สวิสยังคงเป็นสกุลเงินปลอดภัยที่ได้รับความนิยม ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลาง EUR/CHF เคลื่อนไหวใกล้ 0.9370 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบหลายปี
จากมุมมองทางเทคนิค แนวต้านสำคัญของดัชนีดอลลาร์อยู่ที่ 101.39 ซึ่งเป็นระดับที่ไม่สามารถทะลุผ่านได้ในช่วง 13 เดือนที่ผ่านมา หาก DXY ยังคงอยู่ต่ำกว่า 101.00 แนวรับถัดไปคือ 100.59
สำหรับกลยุทธ์การเทรด นักวิเคราะห์แนะนำให้จับตาดูข้อมูล ISM ภาคการผลิตและตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางต่อไปของดอลลาร์