ไทย
Laman Utama / Market Analysis / ศรีลังกาปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 1% สกัดเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันทะยาน – ส่งสัญญาณเตือนตลาดเกิดใหม่

ศรีลังกาปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 1% สกัดเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันทะยาน – ส่งสัญญาณเตือนตลาดเกิดใหม่

ศรีลังกาปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 1% สกัดเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันทะยาน – ส่งสัญญาณเตือนตลาดเกิดใหม่

ธนาคารกลางศรีลังกาได้ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายข้ามคืน (overnight policy rate) ถึง 100 จุดพื้นฐาน (1%) สู่ระดับ 8.75% ในวันอังคารที่ 26 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งสำคัญเพื่อรับมือกับแรงกดดันเงินเฟ้อที่รุนแรงซึ่งเกิดจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

ราคาน้ำมันเร่งเงินเฟ้อ

ธนาคารกลางศรีลังการะบุในแถลงการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อเดือนเมษายนพุ่งสูงถึง 5.4% ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วอันเป็นผลจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยเฉพาะการคุกคามเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก

นอกจากนี้ ค่าเงินรูปีศรีลังกายังอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มต้นทุนการนำเข้า โดยเฉพาะการนำเข้าพลังงานและอาหาร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เงินเฟ้อสูงขึ้นอีก

ผลกระทบต่อค่าเงินรูปี

การปรับขึ้นดอกเบี้ยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อปกป้องค่าเงินรูปีและดึงดูดเงินทุนจากต่างประเทศ หลังจากที่สกุลเงินของศรีลังกาอ่อนค่าลงประมาณ 8% ในปีนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่ปรับตัวแย่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย โดยได้รับแรงกดดันทั้งจากภายนอกคือการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ และจากภายในคือนโยบายการคลังที่ยังคงจำเป็นต้องฟื้นฟู

นักวิเคราะห์มองว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ย 100 จุดพื้นฐานในครั้งนี้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า ธนาคารกลางศรีลังกากำลังให้ความสำคัญสูงสุดกับการควบคุมเงินเฟ้อและการรักษาเสถียรภาพค่าเงิน ถึงแม้ว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยในอัตราที่สูงเช่นนี้อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เพิ่งเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น

ศรีลังกา-บทเรียนสำหรับตลาดเกิดใหม่อื่นๆ

การดำเนินนโยบายของศรีลังกาในครั้งนี้เป็นกรณีศึกษาที่สำคัญสำหรับประเทศตลาดเกิดใหม่อื่นๆ ที่กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากภายนอกในลักษณะเดียวกัน โดยเฉพาะในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน

ก่อนหน้านี้ในปี 2565 ศรีลังกาเคยเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจครั้งรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ได้รับเอกราช โดยการผิดนัดชำระหนี้ต่างประเทศและการขาดแคลนสินค้าจำเป็นพื้นฐานทำให้เกิดความไม่สงบทางการเมืองและการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล แม้ว่าเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัวภายใต้โครงการของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) แต่ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกกำลังเป็นบททดสอบครั้งสำคัญอีกครั้ง

ปัจจัยราคาน้ำมันที่ต้องจับตา

ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 20% นับตั้งแต่ต้นปี 2569 โดยได้แรงหนุนจากความเสี่ยงด้านอุปทานในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซบางส่วน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณหนึ่งในสามของการขนส่งน้ำมันทางทะเลของโลก

นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่าหากความตึงเครียดในตะวันออกกลางยืดเยื้อต่อไป ประเทศกำลังพัฒนาที่นำเข้าพลังงานสุทธิ (net energy importers) อาจต้องเผชิญกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและการอ่อนค่าของสกุลเงินที่รุนแรงขึ้น ซึ่งอาจบีบให้ธนาคารกลางหลายแห่งต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยตามอย่างศรีลังกา

แนวโน้มดอกเบี้ยศรีลังกา

นักวิเคราะห์ในแบบสำรวจของ Reuters คาดการณ์ว่าธนาคารกลางศรีลังกาอาจยังคงต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อไปอีก อย่างน้อย 0.50-0.75% ในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากแรงกดดันจากราคาน้ำมันยังคงมีแนวโน้มสูง และการฟื้นตัวของการส่งออกและรายได้จากการท่องเที่ยวยังไม่แข็งแรงเพียงพอที่จะชดเชยต้นทุนการนำเข้าที่เพิ่มสูงขึ้น

นอกจากนี้ ตลาดจะจับตาดูข้อมูลเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคมที่จะประกาศในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาทิศทางนโยบายการเงินระยะต่อไปของศรีลังกา

ที่มา: Central Bank of Sri Lanka, InvestingLive, Reuters Poll

Mulakan Perjalanan Dagangan Anda Hari Ini

Buka akaun XM sekarang dan nikmati spread rendah, leveraj tinggi, dan sokongan 24/5.

Buka Akaun Percuma →