ญี่ปุ่นหล่นอันดับ 3 เจ้าหนี้โลก แม้สินทรัพย์ต่างประเทศพุ่งทำสถิติใหม่ – จีนแซงขึ้นสู่อันดับ 2
กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยข้อมูลเมื่อวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2569 ว่า สินทรัพย์ต่างประเทศสุทธิของญี่ปุ่น (net external assets) เพิ่มขึ้น 4.4% สู่ระดับ 561.75 ล้านล้านเยน (ประมาณ 3.53 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2568 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์และเป็นการเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 8 อย่างไรก็ตาม แม้สินทรัพย์จะทำสถิติใหม่ แต่ญี่ปุ่นกลับร่วงลงสู่อันดับ 3 ของโลกในฐานะเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุด โดยจีนได้แซงหน้าขึ้นมาอยู่อันดับ 2 แล้ว
รายละเอียดข้อมูลสำคัญ
สินทรัพย์ต่างประเทศสุทธิของญี่ปุ่นที่เพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ได้รับแรงหนุนหลักจากการลงทุนในต่างประเทศที่แข็งแกร่งของบริษัทญี่ปุ่น รวมถึงการควบรวมกิจการข้ามพรมแดน และการปรับมูลค่าสูงขึ้นของหลักทรัพย์ต่างประเทศที่นักลงทุนญี่ปุ่นถือครอง
อย่างไรก็ตาม หนี้สินต่างประเทศของญี่ปุ่นก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะจากการปรับมูลค่าสูงขึ้นถึง 62.2 ล้านล้านเยนของหลักทรัพย์ญี่ปุ่นที่นักลงทุนต่างชาติถือครอง อันเป็นผลมาจากการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งของตลาดหุ้นญี่ปุ่น ซึ่งทำให้ด้านหนี้สินของบัญชีดุลการชำระเงินขยายตัวและจำกัดการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์สุทธิ
อันดับเจ้าหนี้โลกเปลี่ยนโฉมหน้า
เยอรมนียังคงครองตำแหน่งเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของโลกด้วยสินทรัพย์ต่างประเทศสุทธิ 675.5 ล้านล้านเยน ตามด้วยจีนที่ 636.3 ล้านล้านเยน โดยทั้งสองประเทศได้รับประโยชน์จากการเกินดุลการค้าอย่างต่อเนื่องซึ่งช่วยเพิ่มสินทรัพย์สุทธิอย่างมีนัยสำคัญ
การที่ญี่ปุ่นเสียอันดับ 2 ให้กับจีนนี้มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่สำคัญ เนื่องจากญี่ปุ่นครองตำแหน่งเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของโลกมานานถึง 34 ปี ก่อนจะเสียอันดับ 1 ให้กับเยอรมนีในปีก่อน ซึ่งเป็นการเสียตำแหน่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มมีการจัดอันดับ การเสียอันดับ 2 ให้กับจีนในปีนี้ยิ่งตอกย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงสมดุลทางเศรษฐกิจในเอเชีย
ปัจจัยที่ทำให้ญี่ปุ่นร่วง
จุดต่างสำคัญระหว่างญี่ปุ่นกับเยอรมนีและจีนคือโครงสร้างของสินทรัพย์ต่างประเทศสุทธิ ในขณะที่เยอรมนีและจีนมีฐานะเจ้าหนี้ที่ได้รับการสนับสนุนจากการเกินดุลการค้าอย่างต่อเนื่องซึ่งช่วยเพิ่มสินทรัพย์อย่างสม่ำเสมอโดยไม่มีภาระหนี้สินในสัดส่วนที่เทียบเคียงได้ ญี่ปุ่นกลับมีหนี้สินต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากการที่นักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อหุ้นญี่ปุ่นจำนวนมาก
ตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีและการเงิน ได้ดึงดูดเงินทุนจากต่างประเทศจำนวนมหาศาล ซึ่งแม้จะเป็นสัญญาณที่ดีต่อความเชื่อมั่นในตลาดทุนญี่ปุ่น แต่ก็ส่งผลให้ฐานะเจ้าหนี้สุทธิของประเทศถูกบีบอัด
ผลกระทบต่อตลาด forex
ข่าวการร่วงลงสู่อันดับ 3 ของญี่ปุ่นส่งผลกระทบต่อ sentiment ในตลาดค่าเงินเพียงเล็กน้อย โดย USD/JPY เคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงอันดับเจ้าหนี้โลกนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการกำหนดค่าเงินเยนในระยะสั้น เนื่องจากตลาด forex ให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านนโยบายการเงินของ BOJ และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยกับสหรัฐฯ มากกว่า
ถึงกระนั้น การที่ฐานะเจ้าหนี้ของญี่ปุ่นถูกกดดันจากกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นก็เป็นประเด็นที่นักลงทุนในตลาดค่าเงินควรจับตา เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือครองสินทรัพย์และหนี้สินต่างประเทศอาจส่งผลต่อความผันผวนของค่าเงินเยนในระยะกลางถึงยาว
มุมมองระยะยาว
แม้การเสียอันดับอาจดูเป็นสัญญาณลบ แต่ข้อมูลโดยรวมยังสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของการลงทุนต่างประเทศของบริษัทญี่ปุ่น ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างรายรับจากต่างประเทศท่ามกลางประชากรในประเทศที่ลดลงและตลาดภายในประเทศที่หดตัว การที่บริษัทญี่ปุ่นยังคงขยายการลงทุนในต่างประเทศอย่างต่อเนื่องจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงฐานะการเงินระหว่างประเทศของญี่ปุ่นในระยะยาว
สำหรับนักลงทุนในตลาด forex การเปลี่ยนแปลงอันดับเจ้าหนี้โลกครั้งนี้ควรเป็นข้อมูลประกอบการวิเคราะห์แนวโน้มค่าเงินในระยะกลางถึงยาว ร่วมกับปัจจัยอื่นๆ เช่น การดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลัก ความเคลื่อนไหวของอัตราดอกเบี้ยทั่วโลก และแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาคของแต่ละประเทศ
ที่มา: กระทรวงการคลังญี่ปุ่น, InvestingLive, IMF