ตลาดพันธบัตรญี่ปุ่นเผชิญความผันผวนอย่างรุนแรงในสัปดาห์นี้ หลังจากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นทะลุระดับ 1.2% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายปี แรงกดดันมาจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ แผนการออกพันธบัตรเชื่อมโยง (Bridging Bond) ของพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) และความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิถุนายน
แผนการออกพันธบัตรเชื่อมโยงของ LDP มีเป้าหมายเพื่อระดมทุนสำหรับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ซึ่งสร้างความกังวลเกี่ยวกับวินัยการคลังของญี่ปุ่น หนี้สาธารณะของญี่ปุ่นในปัจจุบันสูงถึงกว่า 260% ของ GDP ซึ่งสูงที่สุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว การออกพันธบัตรเพิ่มเติมย่อมสร้างแรงกดดันต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
ในขณะเดียวกัน ตลาดคาดการณ์ว่า BOJ อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิถุนายน โดยความน่าจะเป็นอยู่ที่ประมาณ 60% ผู้ว่าการ BOJ คุโรดะได้ส่งสัญญาณหลายครั้งว่าหากอัตราเงินเฟ้อและค่าจ้างเป็นไปตามคาด ธนาคารกลางจะเดินหน้าการปรับนโยบายการเงินให้เป็นปกติ
อัตราเงินเฟ้อ CPI พื้นฐานของญี่ปุ่นเดือนเมษายนยังคงอยู่ที่ 2.5% ขณะที่ผลการเจรจาค่าจ้างแสดงให้เห็นว่าบริษัทญี่ปุ่นปรับขึ้นค่าจ้างในอัตราที่สูงที่สุดในรอบหลายปี ซึ่งเป็นปัจจัยที่หนุนให้ BOJ สามารถขึ้นดอกเบี้ยได้
แม้ผลตอบแทนพันธบัตรจะสูงขึ้น แต่ค่าเงินเยนกลับไม่แข็งค่าตามทฤษฎี สาเหตุเพราะการปรับตัวขึ้นของผลตอบแทนเกิดจากความกังวลด้านการคลังมากกว่าการปรับตัวดีขึ้นของพื้นฐานเศรษฐกิจญี่ปุ่น
ภาพรวมค่าเงินเยนในระยะสั้นยังคงซบเซา แม้ BOJ จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน ก็ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงภาพรวมในเมื่อ Fed ยังคงดอกเบี้ยสูง ส่วนต่างดอกเบี้ยสหรัฐฯ-ญี่ปุ่นที่ 400 Basis Points ยังคงเป็นแรงกดดันสำคัญต่อเงินเยน