วันที่ 25 กันยายน 2569 ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่ทำจุดสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550 สร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อการกลับมาของการซื้อขายส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (carry trade) อีกครั้ง กลไกพื้นฐานคือ การกู้ยืมในสกุลเงินที่อัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูง เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐเพิ่มขึ้น ส่วนต่างผลตอบแทนก็กว้างขึ้น ทำให้การซื้อขายนี้มีกำไรมากขึ้น
สำหรับเงินเยน กลไกนี้สำคัญเป็นพิเศษ ญี่ปุ่นมีอัตราดอกเบี้ยต่ำมานาน แม้ธนาคารกลางญี่ปุ่นเริ่มปรับนโยบายสู่ภาวะปกติ แต่ยังห่างจากระดับของสหรัฐมาก USD/JPY จึงยังคงอยู่ใกล้ 159.00 ซึ่งเป็นจุดสูงสุดรอบสามสัปดาห์ แม้จะถอยลงเล็กน้อยหลังถ้อยแถลงของรัฐมนตรีคลัง
ความเสี่ยงของ carry trade คือการกลับตัวกะทันหัน เมื่ออารมณ์ตลาดเปลี่ยน นักลงทุนจะปิดสถานะพร้อมกัน ทำให้สกุลเงินที่กู้ยืมอย่างเยนแข็งค่าอย่างรวดเร็ว นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ USD/JPY ถอยลงจาก 159.00 หลังความกังวลเกี่ยวกับการแทรกแซงและอารมณ์หลบภัยที่เพิ่มขึ้น
สำหรับนักลงทุนไทยที่สนใจกลยุทธ์นี้ สิ่งสำคัญคือการเข้าใจว่าผลตอบแทนที่ดูน่าสนใจนั้นมาพร้อมความเสี่ยงจากการเคลื่อนไหวของค่าเงินที่อาจกลืนกำไรทั้งหมดได้ในไม่กี่วัน การใช้เลเวอเรจสูงในกลยุทธ์นี้จึงอันตรายเป็นพิเศษ
กลไกที่ควรติดตามคือ ปัจจัยที่มีแนวโน้มทำให้ carry trade กลับตัว ได้แก่ การอ่อนตัวของข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ทำให้ความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยคลายลง การแทรกแซงของทางการญี่ปุ่น และการเพิ่มขึ้นของความเสี่ยงด้านเครดิตหรือการปรับฐานในตลาดหุ้น ซึ่งจะผลักให้เงินทุนกลับสู่สกุลเงินหลบภัย
ในทางกลับกัน ปัจจัยที่สนับสนุน carry trade ให้ดำเนินต่อคือ ข้อมูลเงินเฟ้อที่ยังเหนียว การจ้างงานที่แข็งแกร่ง และความเชื่อมั่นของตลาดต่อเส้นทางนโยบายของเฟด ในปัจจุบัน ปัจจัยกลุ่มนี้ยังคงมีน้ำหนัก
เงื่อนไขที่สำคัญที่สุดที่ต้องระวังคือความผันผวน ในสภาพที่ผลตอบแทนพันธบัตรเปลี่ยนแปลงเร็ว การเคลื่อนไหวของคู่เงินอาจเกิน 1% ต่อวัน ซึ่งทำให้การขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนกลบผลตอบแทนจากส่วนต่างดอกเบี้ยได้ง่าย การกำหนดขนาดโพซิชันและจุดตัดขาดทุนที่ชัดเจนจึงเป็นเงื่อนไขจำเป็น ไม่ใช่ทางเลือก