ไทย
Laman Utama / Berita Forex / เงินหยวนนิ่ง-ดอลลาร์อ่อน: สัญญาณให้บริษัทนำเข้า-ส่งออกไทยทบทวนกลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน

เงินหยวนนิ่ง-ดอลลาร์อ่อน: สัญญาณให้บริษัทนำเข้า-ส่งออกไทยทบทวนกลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน

การเคลื่อนไหวของค่าเงินหยวนที่ชะลอความแข็งค่าลงอย่างชัดเจนในสัปดาห์นี้ กำลังส่งสัญญาณสำคัญต่อภาคธุรกิจนำเข้าและส่งออกของไทยที่ต้องเผชิญกับความผันผวนของค่าเงินหลายสกุลพร้อมกัน ธนาคารกลางจีนกำหนดอัตรากลางอ้างอิงเงินหยวนเทียบดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 6.7766 จุด ปรับแข็งค่าขึ้นเพียง 3 พอยต์จากระดับ 6.7769 จุดของวันก่อนหน้า ซึ่งน้อยกว่าการแข็งค่าของวันก่อนหน้าที่ถึง 35 พอยต์อย่างมีนัยสำคัญ การชะลอตัวนี้สะท้อนว่าจังหวะการแข็งค่าของเงินหยวนกำลังเข้าสู่ช่วงทรงตัวมากขึ้น

ภาพรวมค่าเงินที่ธุรกิจต้องจับตา

นอกจากอัตรากลางเทียบดอลลาร์แล้ว เงินหยวนยังเคลื่อนไหวเทียบสกุลอื่นในกรอบที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยอยู่ที่ 7.8446 เมื่อเทียบยูโร 4.3809 เมื่อเทียบ 100 เยนญี่ปุ่น 9.1362 เมื่อเทียบปอนด์อังกฤษ 8.3334 เมื่อเทียบฟรังก์สวิส และ 3.9392 เมื่อเทียบดอลลาร์นิวซีแลนด์ สำหรับดัชนีดอลลาร์สหรัฐยังคงแกว่งตัวอ่อนแอในกรอบประมาณ 98.70-98.75 จุด ต่ำกว่าระดับ 99 จุดต่อเนื่อง ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีขยับขึ้นแตะระดับประมาณ 4.84% สะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนการเงินที่ยังไม่คลี่คลาย

สำหรับตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาทองคำสปอตอยู่ที่ประมาณ 4,418 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เงินอยู่ที่ประมาณ 67.66 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่น้ำมันดิบ WTI ปรับขึ้น 5.6% มาอยู่ที่ประมาณ 96.45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และน้ำมันเบรนต์ปรับขึ้น 6% กลับขึ้นเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ที่ประมาณ 101.27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ถือเป็นปัจจัยที่กระทบต้นทุนโลจิสติกส์และวัตถุดิบโดยตรงต่อธุรกิจที่ทำการค้าระหว่างประเทศ ส่วนบิตคอยน์อ่อนตัวลง 1% อยู่ที่ประมาณ 78,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความอยากรับความเสี่ยงของนักลงทุนที่น่าจับตา

ความหมายต่อกลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงของภาคธุรกิจ

เมื่อเงินหยวนนิ่งขึ้นและดอลลาร์อ่อนลง จุดที่ผู้ประกอบการไทยต้องระวังคือความเสี่ยงที่กระจุกตัวอยู่ที่การพึ่งพาสกุลเดียวมากเกินไป หลายบริษัทที่นำเข้าวัตถุดิบจากจีนจะได้รับประโยชน์จากค่าเงินหยวนที่แข็งค่าช้ากว่าที่คาด เพราะช่วยลดความผันผวนของต้นทุนนำเข้า บริษัทที่จ่ายชำระเป็นดอลลาร์สหรัฐจะเผชิญกับความได้เปรียบด้านต้นทุนจากดอลลาร์ที่อ่อนลง แต่ผลประโยชน์นี้จะไม่ยั่งยืนหากดัชนีดอลลาร์กลับตัวขึ้นในอนาคต

แนวทางปฏิบัติที่แนะนำสำหรับฝ่ายบริหารความเสี่ยงคือ การทบทวนน้ำหนักของสกุลเงินในตะกร้าหนี้และลูกหนี้การค้า ไม่ปล่อยให้ความเสี่ยงผูกกับดอลลาร์หรือหยวนเพียงสกุลเดียว การทยอยทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแบบล็อกอัตราเฉพาะส่วนของกระแสเงินสดที่มีความแน่นอนสูง เช่น คำสั่งซื้อที่ยืนยันแล้ว จะช่วยลดความผันผวนของกำไรได้ดีกว่าการเก็งทิศทางค่าเงินทั้งจำนวน

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการ

ประการแรก ธุรกิจควรแยกกระแสเงินสดออกเป็นสองส่วน คือส่วนที่มั่นใจได้แน่นอนและส่วนที่ยังไม่ชัดเจน โดยใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงกับส่วนแรกเท่านั้น ประการที่สอง ควรกำหนดกรอบอัตราแลกเปลี่ยนที่ยอมรับได้ล่วงหน้าและมีวินัยในการล็อกอัตราเมื่อถึงกรอบที่ตั้งไว้ ไม่รอให้ค่าเงินเคลื่อนไปในทิศทางที่คาดหวัง ประการที่สาม ควรกระจายคู่สัญญาและสถาบันการเงินเพื่อลดความเสี่ยงของคู่ค้า และประการสุดท้าย ควรติดตามอัตรากลางอ้างอิงของเงินหยวนและดัชนีดอลลาร์อย่างต่อเนื่อง เพราะการเปลี่ยนแปลงของอัตรากลางเป็นสัญญาณนำที่ธุรกิจนำเข้า-ส่งออกสามารถใช้ปรับแผนจัดซื้อและเจรจาราคาได้ก่อนคู่แข่ง

ท่ามกลางภาวะที่เงินหยวนกำลังเข้าสู่ช่วงทรงตัวและดอลลาร์อ่อนแรง สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับภาคธุรกิจไม่ใช่การพยายามคาดการณ์ทิศทางค่าเงิน แต่คือการมีระบบบริหารความเสี่ยงที่ยืดหยุ่น ปรับตัวได้ และมีวินัยเพียงพอที่จะปกป้องกำไรจากการดำเนินงานหลักให้มั่นคงในทุกสภาวะตลาด

Mulakan Perjalanan Dagangan Anda Hari Ini

Buka akaun XM sekarang dan nikmati spread rendah, leveraj tinggi, dan sokongan 24/5.

Buka Akaun Percuma →