วิกฤตการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซกำลังสร้างความตื่นตระหนกให้กับตลาดการเงินโลก เส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์แห่งนี้เป็นจุดผ่านของน้ำมันดิบมากกว่า 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน คิดเป็นประมาณ 20% ของการบริโภคน้ำมันทั่วโลก การปิดเส้นทางเดินเรือนี้บางส่วนหรือทั้งหมดอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อราคาพลังงานและเศรษฐกิจโลก
ราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี โดยน้ำมัน Brent ปรับตัวขึ้นเหนือ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับอุปทานที่อาจขาดแคลน นักลงทุนจำนวนมากหันมาถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและเยนญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้น ขณะที่สกุลเงินของประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันได้รับผลกระทบ
ในตลาด Forex ความผันผวนเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในคู่สกุลเงินที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน เช่น USD/CAD และ USD/NOK ค่าเงินดอลลาร์แคนาดาอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าราคาน้ำมันจะพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่กว้างขวางกว่าจากวิกฤตครั้งนี้
ราคาทองคำและเงินปรับตัวลดลง แม้จะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเช่นกัน เนื่องจากนักลงทุนต้องการสภาพคล่องและหันไปถือครองเงินสดดอลลาร์สหรัฐแทน ราคาทองคำปรับตัวลงมาอยู่ที่ประมาณ 2,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่เงินร่วงลงแตะระดับ 26.5 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สกุลเงินในภูมิภาคเอเชียได้รับแรงกดดันอย่างหนัก โดยเฉพาะเงินบาทไทย เงินริงกิตมาเลเซีย และรูเปียห์อินโดนีเซีย ประเทศเหล่านี้เป็นผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ และราคาพลังงานที่สูงขึ้นจะเพิ่มแรงกดดันต่อดุลการค้าและเงินเฟ้อภายในประเทศ
สำหรับกลยุทธ์การเทรดในช่วงที่มีความผันผวนสูง นักวิเคราะห์แนะนำให้นักลงทุน: