ข้อตกลงหยุดยิงเลบานอนทำให้เกิดคำถามสำคัญ: เหตุใดราคาทองคำจึงยังคงปรับตัวขึ้นแม้จะมีข่าวสันติภาพ? คำตอบอยู่ที่ความซับซ้อนของความขัดแย้งตะวันออกกลาง
ข้อตกลงเลบานอนครอบคลุมเฉพาะพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอนเท่านั้น ไม่ได้แก้ไขปัญหาหลักระหว่างอิหร่านและอิสราเอล อิหร่านยังคงดำเนินนโยบายสนับสนุนกลุ่มต่อต้านอิสราเอล ขณะที่อิสราเอลยังคงโจมตีเป้าหมายของอิหร่านในซีเรีย
ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำสุทธิ 520 ตันในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 เพิ่มขึ้น 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ธนาคารกลางจีนเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุด โดยซื้อทองคำติดต่อกัน 18 เดือน
โกลด์แมนแซคส์ปรับเพิ่มเป้าหมายราคาทองคำสิ้นปี 2026 จาก 4,800 ดอลลาร์เป็น 5,200 ดอลลาร์ ขณะที่ซิตี้กรุ๊ปให้เป้าหมายที่ 5,500 ดอลลาร์ นักลงทุนควรมองการปรับฐานของทองคำเป็นโอกาสในการเข้าaccumulate
สถานการณ์ตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ได้สร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดพลังงานโลกอย่างรุนแรง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวพุ่งสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบสามปีที่ 98.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สร้างแรงกดดันต่อสกุลเงินของประเทศผู้นำเข้าน้ำมันทั่วโลกรวมถึงค่าเงินบาทของไทย
ผลกระทบโดยตรงต่อตลาดการเงิน
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดในโลก โดยมีปริมาณน้ำมันไหลผ่านประมาณ 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นประมาณหนึ่งในห้าของอุปทานน้ำมันโลก การหยุดชะงักของการขนส่งในบริเวณนี้ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อตลาดพลังงานและตลาดการเงินโลกในทันที
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุระดับ 98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2566 ขณะที่น้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ ก็ปรับตัวขึ้นแตะ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้นักวิเคราะห์หลายรายปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันในช่วงครึ่งปีหลัง โดยบางรายมองว่าราคาอาจแตะ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อ
ผลกระทบต่อคู่สกุลเงินหลัก
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักส่วนใหญ่ เนื่องจากตลาดมองว่าสหรัฐฯ มีความเสี่ยงน้อยกว่าจากวิกฤตพลังงานครั้งนี้ เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่และสามารถพึ่งพาพลังงานในประเทศได้ดีกว่า
ขณะเดียวกัน ค่าเงินดอลลาร์แคนาดา (CAD) และดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) ก็ได้รับแรงหนุนจากการที่ทั้งสองประเทศเป็นผู้ส่งออกพลังงานรายใหญ่ ตรงกันข้ามกับค่าเงินเยนของญี่ปุ่น (JPY) และยูโร (EUR) ที่ปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญจากการที่ทั้งสองภูมิภาคต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน
สำหรับคู่สกุลเงิน USD/THB ค่าเงินบาทของไทยอ่อนค่าลงแตะระดับ 35.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบหลายเดือน เนื่องจากไทยเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันจึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อดุลการค้าและค่าเงินบาท
กลยุทธ์การเทรดสำหรับนักลงทุน
นักวิเคราะห์แนะนำให้นักเทรด forex ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงในช่วงที่มีความผันผวนสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง:
- การใช้คำสั่ง stop-loss อย่างเคร่งครัด เนื่องจากความผันผวนอาจทำให้ราคาเคลื่อนไหวผิดปกติ
- จับตาดูการแถลงของธนาคารกลางประเทศต่างๆ ที่อาจมีการแทรกแซงตลาดค่าเงิน
- ติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการเจรจาทางการทูตที่อาจคลี่คลายความตึงเครียด
- พิจารณาการเทรดคู่สกุลเงินที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงาน เช่น USD/CAD และ USD/NOK
นักลงทุนควรจับตาดูการประกาศสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ (EIA report) และรายงานจากโอเปกเกี่ยวกับแนวโน้มการผลิต เพื่อประเมินทิศทางราคาน้ำมันและผลกระทบต่อตลาด forex ในระยะต่อไป
สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นสัปดาห์ที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับตลาดการเงินโลก เมื่อธนาคารกลางชั้นนำของโลกทั้งห้าแห่ง ได้แก่ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ), ธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) และธนาคารกลางแคนาดา (บีโอซี) ต่างก็มีการประชุมกำหนดนโยบายการเงินพร้อมกันในสิ่งที่นักวิเคราะห์เรียกว่า “Central Bank Super Week”
เฟดส่งสัญญาณ Hawkish ชัดเจน
ที่ประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2569 ได้มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 4.50-4.75% ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แต่สิ่งที่สร้างความประหลาดใจให้กับนักลงทุนคือท่าทีที่แข็งกร้าวขึ้น (hawkish) ของเฟดในการส่งสัญญาณเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในอนาคต
นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด กล่าวในงานแถลงข่าวหลังการประชุมว่า “คณะกรรมการยังคงกังวลเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง และเราจำเป็นต้องเห็นข้อมูลที่บ่งชี้ว่าเงินเฟ้อกำลังปรับตัวลดลงอย่างยั่งยืนก่อนที่จะพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ย” คำกล่าวนี้ทำให้นักลงทุนปรับลดความคาดหวังเกี่ยวกับการปรับลดดอกเบี้ยในปีนี้ลงอย่างมีนัยสำคัญ
จุดคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย (dot plot) ล่าสุดแสดงให้เห็นว่าสมาชิกเฟดส่วนใหญ่มองว่าอาจมีการปรับลดดอกเบี้ยเพียงหนึ่งครั้งในปี 2569 ซึ่งน้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่สองถึงสามครั้ง ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว และสร้างแรงกดดันต่อสกุลเงินในตลาด emerging markets รวมถึงค่าเงินบาทของไทย
อีซีบียังคงเดินหน้าแม้เศรษฐกิจชะลอตัว
ทางด้านธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ก็ได้มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% ในการประชุมล่าสุด โดยนางคริสติน ลาการ์ด ประธานอีซีบี ระบุว่ายังไม่สามารถประกาศชัยชนะเหนือเงินเฟ้อได้ แม้ว่าเศรษฐกิจยูโรโซนจะแสดงสัญญาณชะลอตัวอย่างชัดเจนก็ตาม
“เราจำเป็นต้องรักษาท่าทีที่ระมัดระวัง ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และผลกระทบจากราคาพลังงานที่ผันผวนยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ” นางลาการ์ดกล่าว
บีโออีและบีโอซีเลือกเดินสายกลาง
ธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 4.50% ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย ขณะที่ธนาคารกลางแคนาดา (บีโอซี) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 3.75% สร้างความแตกต่างในทิศทางนโยบายการเงินของประเทศพัฒนาแล้ว
สำหรับนักเทรดฟอเร็กซ์ ความแตกต่างของนโยบายการเงินระหว่างประเทศสร้างโอกาสในการทำกำไรจาก carry trade โดยเฉพาะคู่สกุลเงิน USD/JPY และ EUR/USD ที่มีความผันผวนสูงในช่วงที่ผ่านมา นักวิเคราะห์แนะนำให้ติดตามการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (NFP) ที่จะมีผลต่อการตัดสินใจของเฟดในช่วงครึ่งปีหลัง
ตลาดจะจับตาดูการประชุมเฟดครั้งต่อไปในเดือนกรกฎาคม 2569 อย่างใกล้ชิด ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์หลายรายคาดการณ์ว่าเฟดอาจคงดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไปอีกระยะหนึ่งจนกว่าเงินเฟ้อจะชะลอตัวอย่างชัดเจน
วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ: ผลกระทบต่อตลาด Forex และราคาสินค้าโภคภัณฑ์
วิกฤตการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซกำลังสร้างความตื่นตระหนกให้กับตลาดการเงินโลก เส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์แห่งนี้เป็นจุดผ่านของน้ำมันดิบมากกว่า 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน คิดเป็นประมาณ 20% ของการบริโภคน้ำมันทั่วโลก การปิดเส้นทางเดินเรือนี้บางส่วนหรือทั้งหมดอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อราคาพลังงานและเศรษฐกิจโลก
ราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี โดยน้ำมัน Brent ปรับตัวขึ้นเหนือ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับอุปทานที่อาจขาดแคลน นักลงทุนจำนวนมากหันมาถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและเยนญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้น ขณะที่สกุลเงินของประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันได้รับผลกระทบ
ในตลาด Forex ความผันผวนเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในคู่สกุลเงินที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน เช่น USD/CAD และ USD/NOK ค่าเงินดอลลาร์แคนาดาอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าราคาน้ำมันจะพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่กว้างขวางกว่าจากวิกฤตครั้งนี้
ราคาทองคำและเงินปรับตัวลดลง แม้จะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเช่นกัน เนื่องจากนักลงทุนต้องการสภาพคล่องและหันไปถือครองเงินสดดอลลาร์สหรัฐแทน ราคาทองคำปรับตัวลงมาอยู่ที่ประมาณ 2,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่เงินร่วงลงแตะระดับ 26.5 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สกุลเงินในภูมิภาคเอเชียได้รับแรงกดดันอย่างหนัก โดยเฉพาะเงินบาทไทย เงินริงกิตมาเลเซีย และรูเปียห์อินโดนีเซีย ประเทศเหล่านี้เป็นผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ และราคาพลังงานที่สูงขึ้นจะเพิ่มแรงกดดันต่อดุลการค้าและเงินเฟ้อภายในประเทศ
สำหรับกลยุทธ์การเทรดในช่วงที่มีความผันผวนสูง นักวิเคราะห์แนะนำให้นักลงทุน:
- ใช้คำสั่ง stop-loss อย่างเคร่งครัดเพื่อจำกัดความเสี่ยง
- ลดขนาดการเทรดลง 50-75% ของปกติ
- ติดตามข่าวสารและประกาศจากรัฐบาลในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด
- พิจารณาการเทรดคู่สกุลเงินที่มีความสัมพันธ์กับน้ำมัน เช่น USD/CAD และ USD/NOK
- หลีกเลี่ยงการเปิดสถานะขนาดใหญ่ก่อนช่วงที่มีการประกาศข่าวสำคัญ