ทองคำยืนเหนือ 4500 ดอลลาร์ ตลาดรอดูสถานการณ์อิหร่าน
ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่สองติดต่อกันในวันศุกร์ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือทองคำยังคงยืนเหนือระดับ 4500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ โดยได้รับแรงซื้อหนุนบริเวณดังกล่าว แม้จะมีแรงขายกดดันอยู่บ้าง แต่ downside ก็ไม่ได้ขยายตัวออกไปมากนัก
การเคลื่อนไหวของทองคำในสัปดาห์นี้อยู่ในกรอบที่จำกัด โดยปริมาณการซื้อขายลดลงเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน ซึ่งเป็นสัญญาณว่านักลงทุนบางส่วนกำลังรออยู่ข้างสนาม รอดูปัจจัยสำคัญก่อนตัดสินใจลงทุน
อะไรคือปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อทองคำในขณะนี้ อันดับแรกคือดอลลาร์สหรัฐที่แข็งแกร่ง ซึ่งกดดันทองคำโดยตรง เนื่องจากทองคำมีราคาเป็นดอลลาร์ ดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นทำให้ทองคำแพงขึ้นสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น
นอกจากนี้ การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่กำลังมีความคืบหน้า หากทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงกันได้ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์จะลดลง ส่งผลให้ความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยลดลงตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ทองคำยังคงยืนเหนือ 4500 ดอลลาร์ได้ด้วยปัจจัยหนุนหลายประการ อัตราเงินเฟ้อที่ยังไม่ลดลงสู่ระดับเป้าหมาย การซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง และความไม่แน่นอนของการเจรจาสหรัฐ-อิหร่านที่ยังมีอยู่สูง
แนวรับสำคัญของทองคำอยู่ที่ 4500 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นทั้งแนวรับทางจิตวิทยาและแนวรับของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 20 วัน ขณะที่แนวต้านระยะสั้นอยู่ที่ 4600 ดอลลาร์ แนะนำให้นักลงทุน短线 ซื้อขายในกรอบ 4500-4600 ดอลลาร์ รอการ break out ก่อนเข้าลงทุนในDirection ที่ชัดเจน
ยูโร/ดอลลาร์ดีดตัวกลับเหนือระดับ 1.1600 ขณะตลาดจับตาประธานเฟดคนใหม่
ตลาดฟอเร็กซ์วันศุกร์ที่ผ่านมา คู่สกุลเงิน EUR/USD สามารถฟื้นตัวขึ้นมาได้เล็กน้อย โดยกลับขึ้นไปยืนเหนือระดับ 1.1600 ได้อีกครั้ง หลังจากที่ถูกกดดันมาหลายวันทำการติดต่อกัน แม้ว่าจะมีการดีดตัวขึ้นบ้าง แต่ภาพรวมโดยรวมยังคงอ่อนแอ และแรงซื้อยังไม่มีความแข็งแกร่งมากพอที่จะเปลี่ยนแนวโน้มหลักได้
จากมุมมองทางเทคนิค EUR/USD ได้รับแรงซื้อบริเวณ 1.1580 และค่อยๆ ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงตลาดยุโรป โดยปัจจุบันเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1.1610-1.1620 อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวครั้งนี้มีลักษณะเป็นการปิดสถานะขายระยะสั้นมากกว่าการกลับตัวของแนวโน้มที่แท้จริง
สาเหตุหลักที่ทำให้ยูโรยังคงอ่อนแอคือความแข็งแกร่งของดอลลาร์สหรัฐ ดัชนีดอลลาร์ปรับตัวขึ้นแรงในสัปดาห์นี้ โดยได้ปัจจัยหนุนจากหลายด้าน หนึ่งในนั้นคือความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐจะยังคงดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไป แม้ก่อนหน้านี้ตลาดเคยคาดว่าเฟดอาจจะเริ่มผ่อนคลายนโยบายในช่วงครึ่งปีหลัง แต่ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดและถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดทำให้ความคาดหวังดังกล่าวลดลง
นอกจากนี้ การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่กำลังดำเนินอยู่ก็เป็นอีกปัจจัยที่หนุนดอลลาร์ เนื่องจากสถานการณ์ที่อาจคลี่คลายลงส่งผลให้ดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้รับความสนใจ
ข่าวสำคัญอีกเรื่องในสัปดาห์นี้คือการเข้ารับตำแหน่งของเค. วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ การเปลี่ยนแปลงผู้นำครั้งนี้สร้างความไม่แน่นอนให้กับตลาด เนื่องจากวอร์ชมีจุดยืนที่ค่อนข้าง hawkish ตลาดคาดว่าเขาอาจให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ดอลลาร์แข็งแกร่งขึ้นอีก นักลงทุนกำลังจับตาถ้อยแถลงครั้งแรกของเขาหลังเข้ารับตำแหน่งอย่างใกล้ชิด
ในฝั่งยุโรปนั้น ปัจจัยพื้นฐานก็ไม่ได้สดใสนัก แม้ว่าธนาคารกลางยุโรปจะพยายามต่อสู้กับเงินเฟ้อ แต่ปัญหาเศรษฐกิจที่ชะลอตัวยังไม่ได้รับการแก้ไข ข้อมูล PMI ภาคการผลิตที่อ่อนแอลงอย่างต่อเนื่องทำให้อีซีบีตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก
จากมุมมองทางเทคนิค EUR/USD กำลังแกว่งตัวในกรอบ 1.1580-1.1650 แนวรับสำคัญที่ 1.1580 หากหลุดระดับนี้ลงมา อาจเปิดพื้นที่ให้ลงไปถึง 1.1500 ด้านแนวต้าน 1.1650 เป็นด่านแรกที่ต้องผ่านให้ได้ก่อนจึงจะขึ้นไปทดสอบ 1.1700 ได้ ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะสั้นยังคงชี้ลง สะท้อนถึงแนวโน้มทางเทคนิคที่ยังเป็นขาลง
สัปดาห์หน้า ตลาดจะมุ่งเน้นไปที่นโยบายของประธานเฟดคนใหม่ ความคืบหน้าของการเจรจาสหรัฐ-อิหร่าน และข้อมูลเงินเฟ้อยูโรโซน กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นแนะนำให้ระมัดระวัง การยืนเหนือหรือหลุด 1.1580 จะเป็นตัวกำหนดทิศทางระยะสั้น
โดยสรุปแล้ว EUR/USD ยังคงมีความเสี่ยงด้านขาลงสูงกว่า เนื่องจากแรงหนุนของดอลลาร์จากนโยบายเฟดที่เข้มงวดและการชะลอตัวของเศรษฐกิจยุโรป
XM เป็นโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ชั้นนำระดับโลก ก่อตั้งในปี 2009 ให้บริการลูกค้ากว่า 3.5 ล้านรายทั่วโลก
XM เสนอผลิตภัณฑ์กว่า 1,000 รายการ สเปรด EUR/USD เริ่มต้น 0.6 pip ในบัญชี Standard และ 0 pip ในบัญชี Zero
เลเวอเรจสูงสุด 1:888 ด้านความปลอดภัย XM ได้รับใบอนุญาตจาก ASIC, CySEC และ FCA เงินลูกค้าถูกเก็บในบัญชีแยกต่างหาก
แพลตฟอร์มรองรับ MT4 และ MT5 การบริการลูกค้า 24/5 พร้อมทีมงานหลายภาษา
การฝากถอนสะดวกผ่านบัตรเครดิต กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ และโอนเงินผ่านธนาคาร ไม่มีค่าธรรมเนียม
XM มีโปรโมชั่น Cashback แบบไม่จำกัดในปี 2026 เหมาะทั้งผู้เริ่มต้นและเทรดเดอร์มืออาชีพ
CME Group เตรียมเปิดเทรดคริปโตฟิวเจอร์ส 24 ชั่วโมง 7 วัน เริ่ม 29 พฤษภาคมนี้
ตลาดซื้อขายอนุพันธ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก CME Group ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2026 เป็นต้นไป ฟิวเจอร์สและออปชันคริปโตเคอร์เรนซีที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ CME จะเปิดให้ซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ โดยไม่มีการหยุดพัก
การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินแบบดั้งเดิมที่ปรับตัวเข้าสู่การเทรดคริปโตเคอร์เรนซีแบบตลอดเวลา
Tim McCourt หัวหน้าฝ่ายตราสารทุน ฟอเร็กซ์ และผลิตภัณฑ์ทางเลือกของ CME Group กล่าวว่า “ความต้องการของลูกค้าในการเทรดคริปโตเคอร์เรนซีตลอด 24 ชั่วโมงเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากผู้เข้าร่วมตลาดจำเป็นต้องบริหารความเสี่ยงทุกวันในสัปดาห์”
การเทรดแบบ 24/7 จะดำเนินการบนแพลตฟอร์ม CME Globex โดยจะมีการปิดบำรุงรักษาสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมงในช่วงสุดสัปดาห์
การประกาศครั้งนี้มีขึ้นหลังจากตลาดคริปโตของ CME ทำสถิติสูงสุดในปี 2025:
– ยอดเปิดสัญญาคงค้าง (Open Interest) สูงถึง 39,000 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 18 กันยายน
– ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 230% สู่ระดับ 411,000 สัญญา
– จำนวนผู้ถือสัญญาขนาดใหญ่เกิน 1,010 รายภายในปลายเดือนกันยายน
– ปริมาณการซื้อขายรวมทั้งปี 2025 เกิน 3 ล้านล้านดอลลาร์
ที่มา: CME Group, PRNewswire, LeapRate
คำเตือนความเสี่ยง: การซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีและอนุพันธ์มีความเสี่ยงสูง โปรดทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนการลงทุน
ข้อมูลเศรษฐกิจจีนประจำเดือนเมษายนที่ต่ำกว่าคาดการณ์ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดการเงินโลก โดยเฉพาะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์และตลาด Forex ตัวเลขการส่งออกและการผลิตของจีนที่ชะลอตัวลงทำให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลก
ธนาคารกลางทั่วโลกมีท่าทีระมัดระวังมากขึ้นในการดำเนินนโยบายการเงิน โดยธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ยังคงรักษาระดับอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ภายใต้การนำของ Kevin Warsh อาจต้องปรับเปลี่ยนนโยบายเพื่อรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ
นักเทรดควรใช้โอกาสนี้ในการปรับพอร์ตการลงทุนและใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่เหมาะสม XM แนะนำให้นักเทรดศึกษาและทำความเข้าใจปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อตลาด Forex อย่างละเอียด เพื่อให้สามารถวางแผนการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเข้ารับตำแหน่งของเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ในฐานะประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ทำให้ตลาดการเงินจับตาดูทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของอัตราดอกเบี้ยและมาตรการทางการเงินอื่นๆ
วอร์ชมีประสบการณ์ในการทำงานในระบบการเงินของสหรัฐฯ อย่างยาวนาน และเคยดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการเฟดมาก่อน นักวิเคราะห์คาดว่าเขาจะดำเนินนโยบายการเงินที่สมดุล โดยให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อควบคู่ไปกับการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ
สำหรับนักลงทุนที่เทรด Forex การเปลี่ยนแปลงนี้อาจสร้างโอกาสในการทำกำไร โดยเฉพาะในคู่สกุลเงิน USD/JPY และ EUR/USD ที่มีความผันผวนสูง XM ผู้นำด้านการเทรด Forex มีเครื่องมือวิเคราะห์ที่ทันสมัยและบทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญเพื่อช่วยให้นักเทรดสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้นส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อตลาดการเงินโลก โดยราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องและสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อทั่วโลก ขณะที่ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยได้ปรับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ระดับ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สกุลเงิน CAD ของแคนาดาซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ ได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ส่งผลให้ USD/CAD ปรับตัวลดลง ขณะที่ NOK และ RUB ก็แข็งค่าขึ้นเช่นเดียวกัน ในทางกลับกัน สกุลเงินของประเทศผู้นำเข้าน้ำมันอย่าง JPY และ KRW กลับอ่อนค่าลง
XM โบรกเกอร์ Forex ชั้นนำแนะนำให้นักเทรดให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานควบคู่ไปกับการวิเคราะห์ทางเทคนิค เนื่องจากสถานการณ์โลกในขณะนี้มีความผันผวนสูงและอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักเทรดทุกคน
ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ปรับตัวแข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดรอบ 99 จุด ท่ามกลางแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นส่งผลกระทบต่อคู่สกุลเงินหลักทั่วโลก
ค่าเงินยูโร (EUR/USD) ปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบหลายเดือน ขณะที่ค่าเงินปอนด์ (GBP/USD) ก็ได้รับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจเช่นเดียวกัน สกุลเงินของตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market Currencies) ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะค่าเงินบาทไทยที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
นักวิเคราะห์จาก XM โบรกเกอร์ Forex ชั้นนำให้ความเห็นว่าการแข็งค่าของดอลลาร์อาจยังคงดำเนินต่อไปในระยะสั้น เนื่องจากนักลงทุนยังคงต้องการถือสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก นักเทรดควรวางแผนการเทรดด้วยความระมัดระวังและใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยง เช่น Stop Loss และ Take Profit อย่างเหมาะสม
เควิน วอร์ชได้รับยืนยันเป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐคนที่ 17 ตลาดการเงินจับตานโยบายการเงินฉบับใหม่ของเฟดอย่างใกล้ชิด
วอร์ชเคยดำรงตำแหน่งกรรมการเฟดระหว่างปี 2006 ถึง 2011 มีประสบการณ์ด้านนโยบายการเงินอย่างกว้างขวาง ตลาดคาดว่าวอร์ชจะดำเนินนโยบายที่เข้มงวดมากขึ้นในการจัดการเงินเฟ้อ
รายงานการประชุม FOMC ล่าสุดแสดงให้เห็นความแตกแยกในคณะกรรมการ โดยกรรมการคนหนึ่งสนับสนุนการลดดอกเบี้ย 0.25% ขณะที่เจ้าหน้าที่สามคนคัดค้าน
ประเด็นที่ต้องจับตาในสัปดาห์นี้:
– รายงานการประชุม FOMC
– ข้อมูล PMI สหรัฐ
– สัญญาณนโยบายแรกจากประธานเฟดคนใหม่
– สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ
นักเทรดควรใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงอย่างเคร่งครัดในช่วงที่ตลาดผันผวนสูง