โอเปกพลัสเดินหน้าเพิ่มกำลังผลิต ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมัน
ที่ประชุมกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและพันธมิตร (โอเปกพลัส) มีมติอนุมัติการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกันในเดือนกรกฎาคม การตัดสินใจดังกล่าวเป็นไปตามแผนที่วางไว้ล่วงหน้า แม้ว่าตลาดจะมีความกังวลเกี่ยวกับอุปสงค์น้ำมันที่อาจชะลอตัวลงจากเศรษฐกิจจีนที่ฟื้นตัวไม่เต็มที่
ราคาน้ำมันดิบ WTI ตอบสนองต่อข่าวนี้ด้วยการปรับตัวลดลงมาปิดที่ 88.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากที่เคยขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 94.84 ดอลลาร์ในช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา การปรับตัวลงของราคาน้ำมันสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนในตลาดพลังงาน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นปัจจัยบวกสำหรับประเทศผู้นำเข้าน้ำมันอย่างไทย
GBP/USD ผันผวนหนัก ปอนด์อ่อนค่าสู่ระดับต่ำสุด
คู่สกุลเงิน GBP/USD มีความผันผวนอย่างมากในช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมา ก่อนจะปิดตลาดที่ระดับ 1.33296 ดอลลาร์ต่อปอนด์ ความผันผวนดังกล่าวมีสาเหตุมาจากการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของทั้งสองประเทศ ซึ่งทำให้นักลงทุนปรับเปลี่ยนมุมมองต่อนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และเฟดอย่างรวดเร็ว
ข้อมูลการค้าปลีกของสหราชอาณาจักรที่ออกมาตามคาดช่วยหนุนปอนด์ในช่วงแรก แต่แรงกดดันจากดอลลาร์ที่แข็งค่ากลับมาส่งผลให้ปอนด์อ่อนค่าอีกครั้ง นักวิเคราะห์คาดว่าระดับแนวรับที่ 1.3300 และแนวต้านที่ 1.3400 จะเป็นกรอบการเคลื่อนไหวของ GBP/USD ในระยะสั้น
ปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
ในมุมมองของ XM นักเทรดควรให้ความสำคัญกับปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่อาจส่งผลกระทบต่อตลาดในระยะข้างหน้า หนึ่งในนั้นคือความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่อาจชะลอตัวลงจากผลกระทบของอัตราดอกเบี้ยที่สูง
นอกจากนี้ การเพิ่มกำลังการผลิตของโอเปกพลัสและความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะอาจส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อตลาดการเงินโลก
มุมมองทางเทคนิคของตลาดฟอเร็กซ์
จากการวิเคราะห์ทางเทคนิคของ XM ดัชนีดอลลาร์สหรัฐยังคงเคลื่อนไหวในกรอบขาขึ้น โดยมีแนวรับสำคัญที่ระดับ 104.00 และแนวต้านที่ 105.50 ในขณะที่ทองคำมีแนวโน้มขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยมีแนวรับระยะสั้นที่ 4,200 ดอลลาร์
สำหรับคู่สกุลเงิน EUR/USD แนวโน้มยังคงเป็นขาลงท่ามกลางแรงกดดันจากดอลลาร์ที่แข็งค่า แต่การอ่อนค่าของเงินยูโรอาจเปิดโอกาสให้เทรดเดอร์ที่มองหาจังหวะเข้าซื้อในระดับที่เหมาะสม XM แนะนำให้รอสัญญาณกลับตัวทางเทคนิคก่อนเปิดสถานะ และใช้คำสั่งหยุดขาดทุนเพื่อจำกัดความเสี่ยงในการเทรด
ทองคำปลอดภัยท่ามกลางวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์
สัปดาห์นี้ตลาดการเงินโลกได้รับแรงกระเพื่อมจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังไม่คลี่คลาย ส่งผลให้นักลงทุนแห่เข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ราคาทองคำปรับตัวขึ้นแตะระดับ 4,350 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ต้นปี ทำให้นักวิเคราะห์หลายสำนักปรับเพิ่มเป้าหมายราคาทองคำในช่วงครึ่งปีหลัง
นอกจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์แล้ว ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญของตลาด ขณะที่ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดอาจเริ่มปรับลดดอกเบี้ยในช่วงเดือนกันยายนหรือพฤศจิกายนปีนี้ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำและเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำต่อไป
ดัชนีดอลลาร์กลับมาแข็งค่า สกุลเงินเอเชียเผชิญแรงกดดัน
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ปรับตัวแข็งค่าขึ้นในช่วงเปิดตลาดวันจันทร์ จากความเชื่อมั่นที่ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงมีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะรองรับอัตราดอกเบี้ยที่สูงต่อไปได้ การแข็งค่าของดอลลาร์สร้างแรงกดดันให้กับสกุลเงินในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะเงินเยนญี่ปุ่น เงินหยวนจีน และเงินบาทไทยที่ต่างปรับตัวอ่อนค่าลง
นักวิเคราะห์ชี้ว่าความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่หนุนดอลลาร์ให้แข็งค่าอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีสัญญาณว่าเฟดอาจปรับลดดอกเบี้ยในอนาคต แต่จังหวะเวลาที่แน่นอนยังคงคลุมเครือ
แนวโน้มตลาดสินทรัพย์เสี่ยง
ในช่วงที่ผ่านมา ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวผันผวน นักลงทุนบางส่วนได้ลดสัดส่วนการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงและหันไปถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น โดยเฉพาะทองคำและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม สำหรับนักเทรดที่มองหาโอกาสในภาวะตลาดผันผวน การเทรดคู่สกุลเงินหลักอย่าง EUR/USD และ GBP/USD ยังคงมีความน่าสนใจ เนื่องจากความผันผวนที่สูงขึ้นเปิดโอกาสในการทำกำไรทั้งขาขึ้นและขาลง โดยต้องใช้การบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม
กลยุทธ์การลงทุนสำหรับนักเทรดไทย
XM แนะนำให้นักเทรดไทยติดตามปัจจัยทั้งในและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากทั้งเงินเฟ้อและค่าเงินบาทที่อ่อนค่า นอกจากนี้ ควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงด้วยการเทรดสินค้าหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นค่าเงิน สินค้าโภคภัณฑ์ หรือดัชนีหุ้น
การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคควบคู่กับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานจะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจเทรด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูงจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ นักเทรดควรมีแผนการเทรดที่ชัดเจนและยึดมั่นในวินัยการเทรดอย่างเคร่งครัด
การวิเคราะห์ตลาด Forex เป็นทักษะสำคัญที่นักเทรดทุกคนควรเรียนรู้
การวิเคราะห์ทางเทคนิค
เป็นการศึกษาราคาในอดีตเพื่อทำนายการเคลื่อนไหวของราคาในอนาคต
การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน
เน้นการศึกษาเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อค่าเงิน
การรวมวิธีการวิเคราะห์ทั้งสอง
นักเทรดที่ประสบความสำเร็จใช้ทั้งการวิเคราะห์ทางเทคนิคและปัจจัยพื้นฐาน
เริ่มต้นเทรดกับ XM และพัฒนาทักษะการวิเคราะห์ของคุณ
การเริ่มต้นเทรด Forex อาจดูซับซ้อนสำหรับมือใหม่ แต่ด้วยการเรียนรู้ที่ถูกต้องและมีวินัย คุณสามารถเป็นนักเทรดที่ประสบความสำเร็จได้ บทความนี้จะแนะนำเทคนิคพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับผู้เริ่มต้น
ทำความเข้าใจพื้นฐาน: เรียนรู้เกี่ยวกับคู่สกุลเงินหลัก เช่น EUR/USD, GBP/USD, USD/JPY และ USD/THB รวมถึงปัจจัยที่มีผลต่ออัตราแลกเปลี่ยน
เลือกโบรกเกอร์ที่เหมาะสม: XM เป็นโบรกเกอร์ที่ได้รับความนิยมในไทย มีใบอนุญาตจาก FCA และ CySEC รับประกันความปลอดภัยของเงินทุน
ใช้บัญชีทดลอง: ฝึกเทรดด้วยบัญชี Demo ก่อนใช้เงินจริง บัญชีทดลองของ XM มีเงินเสมือนจริงให้ฝึกเทรด
วางแผนการเทรด: กำหนดเป้าหมายการทำกำไรและการขาดทุนที่ยอมรับได้ ใช้ Stop Loss ทุกครั้ง
เรียนรู้ต่อเนื่อง: XM มีแหล่งเรียนรู้มากมาย รวมถึง Webinar และบทความวิเคราะห์ตลาดฟรี
การวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นทักษะสำคัญที่นักเทรด Forex ทุกคนควรมี บทความนี้จะแนะนำเครื่องมือพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการวิเคราะห์กราฟราคา
เส้น Moving Average (MA): เป็นเครื่องมือที่ช่วยระบุแนวโน้มของราคา MA 20 สำหรับแนวโน้มระยะสั้น MA 50 สำหรับระยะกลาง และ MA 200 สำหรับระยะยาว
RSI (Relative Strength Index): วัดความแรงของแนวโน้ม ค่า RSI สูงกว่า 70 แสดงว่าสินทรัพย์อยู่ในภาวะซื้อมากเกินไป ต่ำกว่า 30 แสดงว่าขายมากเกินไป
MACD: ใช้ในการระบุการเปลี่ยนแปลงของโมเมนตัม สัญญาณซื้อเกิดขึ้นเมื่อเส้น MACD ตัดขึ้นเหนือเส้น Signal
Bollinger Bands: แสดงความผันผวนของราคา เมื่อแถบแคบลงมัก预示การ breakout ที่กำลังจะเกิดขึ้น
Fibonacci Retracement: ช่วยระบุแนวรับและแนวต้านที่สำคัญ ระดับสำคัญ: 38.2%, 50%, และ 61.8%
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นทะลุ 99 จุด รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันพุ่งและความไม่แน่นอนของเฟด
ดอลลาร์สหรัฐยังคงแข็งค่าอย่างต่อเนื่องในสัปดาห์นี้ โดยดัชนี DXY พุ่งทะลุระดับ 99 จุดเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน รับแรงหนุนจากปัจจัยหลายประการที่ขับเคลื่อนตลาดการเงินโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงกว่า 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรงจากวิกฤตในตะวันออกกลางและสถานการณ์ตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้นักลงทุนหันมาถือครองดอลลาร์สหรัฐเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (safe haven) ความต้องการเงินดอลลาร์ที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ดัชนี DXY ทะลุระดับ 99 จุดได้สำเร็จ
นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินของเฟดยังเป็นอีกปัจจัยที่หนุนค่าเงินดอลลาร์ นักลงทุนกำลังจับตาการประชุมเฟดครั้งต่อไปอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่เฟดจะชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง ท่ามกลางแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
คู่สกุลเงิน EUR/USD ปรับตัวลดลงแตะระดับ 1.1609 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบหลายสัปดาห์ ขณะที่ GBP/USD ร่วงลงมาที่ 1.3305 เนื่องจากเงินดอลลาร์ที่แข็งค่ากดดันสกุลเงินหลักอื่นๆ ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี พุ่งขึ้นแตะระดับ 4.607% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน
สถานการณ์ตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซที่ทวีความรุนแรงขึ้นยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดการเงินโลก เส้นทางเดินเรือที่สำคัญนี้คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20% ของการขนส่งน้ำมันดิบทั่วโลก และการหยุดชะงักใดๆ ก็ตามจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อราคาพลังงานและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
นักวิเคราะห์คาดว่าดอลลาร์สหรัฐอาจแข็งค่าขึ้นต่อไปอีกในระยะสั้น โดยเฉพาะหากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดและเฟดยังคงส่งสัญญาณ hawkish อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐอย่างใกล้ชิด รวมถึงรายงานการจ้างงานและดัชนีราคาผู้บริโภค ซึ่งอาจสร้างความผันผวนให้กับตลาดได้