ไทย

สงครามตะวันออกกลางเดือด! น้ำมันดิบWTIพุ่งทะลุ83ดอลลาร์

สถานการณ์ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านทวีความรุนแรง

ท่ามกลางความตึงเครียดครั้งใหญ่ในตะวันออกกลาง สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศต่อกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งทะลุ 83 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลและแตะระดับสูงสุดในรอบเดือน การโจมตีดังกล่าวทำให้ตลาดน้ำมันโลกอยู่ในภาวะตื่นตัว ขณะที่ทรัมป์ประกาศว่าเป็นการโจมตีที่”รุนแรงมาก” นักวิเคราะห์คาดว่าราคาน้ำมันอาจวิ่งไปถึง 85-90 ดอลลาร์สหรัฐฯ หากความขัดแย้งยังไม่ยุติ

ทองคำทะยาน นักลงทุนแห่ถือสินทรัพย์ปลอดภัย

ทองคำปรับตัวขึ้นแตะกรอบบนใกล้ 2,430 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่เงินทุนไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างคึกคัก ดัชนี VIX ซึ่งวัดความผันผวนของตลาด พุ่งขึ้นสูงสุดในรอบหลายเดือน สกุลเงินปลอดภัยอย่างฟรังก์สวิสแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่เงินเยนญี่ปุ่นก็ได้รับแรงหนุนจากกระแสลดความเสี่ยงของนักลงทุน

กลยุทธ์การเทรดในภาวะตลาดผันผวน

นักลงทุนควรปรับพอร์ตการลงทุนให้มีสินทรัพย์ปลอดภัยเป็นสัดส่วนที่เหมาะสม รวมถึงพิจารณาการเทรดน้ำมันและทองคำซึ่งมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในระยะสั้น จับตาการประชุม ECB ในวันพฤหัสและถ้อยแถลงของลาการ์ดซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางค่าเงินยูโร

ECB คาดคงดอกเบี้ยวันพฤหัส การแถลงของลาการ์ดเป็นปัจจัยสำคัญ

การประชุม ECB รอบนี้ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น?

ธนาคารกลางยุโรปจะจัดการประชุมนโยบายการเงินในวันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคมนี้ โดยตลาดคาดการณ์อย่างกว้างขวางว่า ECB จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.25% อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจทำให้การคาดการณ์เงินเฟ้อเปลี่ยนแปลงไป การแถลงข่าวของคริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB จะเป็นประเด็นที่นักเทรดให้ความสนใจมากที่สุด

ปัจจัยที่ ECB ต้องพิจารณา

ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นกำลังกดดันเงินเฟ้อยูโรโซนให้ปรับตัวสูงขึ้น สมาชิก ECB สาย hawkish อาจเรียกร้องให้ส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเศรษฐกิจยุโรปที่ยังคงอ่อนแอ โดยเฉพาะภาคการผลิตที่หดตัว อาจทำให้ ECB ต้องใช้ความระมัดระวัง ความสมดุลระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อและการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นความท้าทายสำคัญ

ผลกระทบต่อค่าเงินยูโร

คาดว่ายูโรอาจผันผวนในช่วงที่มีการแถลงข่าว หากลาการ์ดส่งสัญญาณ hawkish ยูโรมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ในทางกลับกัน หากเธอส่งสัญญาณ dovish ยูโรอาจอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ นักเทรดควรติดตามการแถลงข่าวอย่างใกล้ชิดและวางแผนการเทรดตามแนวโน้มที่เกิดขึ้น

สงครามตะวันออกกลางเดือด! น้ำมันดิบWTIพุ่งทะลุ83ดอลลาร์

สถานการณ์ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านทวีความรุนแรง

ท่ามกลางความตึงเครียดครั้งใหญ่ในตะวันออกกลาง สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศต่อกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งทะลุ 83 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลและแตะระดับสูงสุดในรอบเดือน การโจมตีดังกล่าวทำให้ตลาดน้ำมันโลกอยู่ในภาวะตื่นตัว ขณะที่ทรัมป์ประกาศว่าเป็นการโจมตีที่”รุนแรงมาก” นักวิเคราะห์คาดว่าราคาน้ำมันอาจวิ่งไปถึง 85-90 ดอลลาร์สหรัฐฯ หากความขัดแย้งยังไม่ยุติ

ทองคำทะยาน นักลงทุนแห่ถือสินทรัพย์ปลอดภัย

ทองคำปรับตัวขึ้นแตะกรอบบนใกล้ 2,430 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่เงินทุนไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างคึกคัก ดัชนี VIX ซึ่งวัดความผันผวนของตลาด พุ่งขึ้นสูงสุดในรอบหลายเดือน สกุลเงินปลอดภัยอย่างฟรังก์สวิสแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่เงินเยนญี่ปุ่นก็ได้รับแรงหนุนจากกระแสลดความเสี่ยงของนักลงทุน

กลยุทธ์การเทรดในภาวะตลาดผันผวน

นักลงทุนควรปรับพอร์ตการลงทุนให้มีสินทรัพย์ปลอดภัยเป็นสัดส่วนที่เหมาะสม รวมถึงพิจารณาการเทรดน้ำมันและทองคำซึ่งมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในระยะสั้น จับตาการประชุม ECB ในวันพฤหัสและถ้อยแถลงของลาการ์ดซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางค่าเงินยูโร

ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นแตะใกล้ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันที่ 16 กรกฎาคม สร้างระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือน เนื่องจากความขัดแย้งทางการทหารระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยสหรัฐได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านเพิ่มเติม ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านอุปทานจากช่องแคบฮอร์มุซยังคงปกคลุมตลาด ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ดังกล่าวผลักดันให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่สาม

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดในโลก โดยรองรับการค้าน้ำมันประมาณหนึ่งในสามของโลกต่อวัน การปะทะกันทางทหารระหว่างสหรัฐและอิหร่านเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อความปลอดภัยของเส้นทางสำคัญดังกล่าว ทำให้ความกังวลด้านอุปทานในตลาดเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้กลุ่ม OPEC+ จะระบุก่อนหน้านี้ว่ามีกำลังการผลิตส่วนเกินเพียงพอ แต่ภายใต้สถานการณ์ความไม่แน่นอนในปัจจุบัน ความสามารถในการปล่อยกำลังการผลิตให้ทันการณ์ยังเป็นที่กังขา

ทางด้านเทคนิค ราคาน้ำมัน WTI ทะลุแนวต้าน 78 ดอลลาร์ได้สำเร็จ โดยเป้าหมายต่อไปอยู่ที่ระดับ 80 ดอลลาร์ หากยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ ราคามีโอกาสทดสอบ 82 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต้องระวังว่าราคาอาจปรับตัวผันผวนรุนแรงหากสถานการณ์ตะวันออกกลางคลี่คลาย

ราคาน้ำมันที่แข็งแกร่งส่งผลดีต่อสกุลเงินที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะดอลลาร์แคนาดาที่ยังคงแข็งค่าใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 4 สัปดาห์ แคนาดาเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดไปยังสหรัฐ แรงหนุนจากน้ำมันจึงมีนัยสำคัญต่อค่าเงินแคนาดา

สกุลเงินสินค้าโภคภัณฑ์อื่นมีทิศทางแตกต่างกัน ดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นจากข้อมูลเศรษฐกิจจีนที่แข็งแกร่ง ขณะที่ดอลลาร์นิวซีแลนด์อ่อนค่าลงจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ประธานธนาคารกลางสหรัฐ Warsh ส่งสัญญาณนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายในการแถลงต่อสภาคองเกรส โดยระบุว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจะไม่คงอยู่ถาวร และตลาดแรงงานอยู่ในภาวะสมดุลเป็นส่วนใหญ่ ถ้อยแถลงดังกล่าวช่วยตอกย้ำความคาดหวังของตลาดที่ว่าเฟดใกล้จะยุติวงจรการปรับขึ้นดอกเบี้ยแล้ว

Warsh กล่าวในการพิจารณาของคณะกรรมการการธนาคารแห่งวุฒิสภาว่า การฟื้นตัวของห่วงโซ่อุปทาน ราคาพลังงานที่ทรงตัว และตลาดแรงงานที่สมดุลมากขึ้น กำลังช่วยขับเคลื่อนเงินเฟ้อให้ลดลง เขาเน้นย้ำว่าไม่จำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดเกินไปเพื่อเร่งกระบวนการนี้ และเฟดจะยังคงตัดสินใจโดยพิจารณาจากข้อมูลเป็นหลัก

ในทางกลับกัน คณะกรรมการเฟด Cook แสดงความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ โดยเตือนว่าหากเงินเฟ้อไม่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง เธอจะสนับสนุนให้ดำเนินการคุมเข้มเพิ่มเติม ขณะที่ประธานเฟดนิวยอร์ก Williams กล่าวว่าทิศทางดอกเบี้ยยังไม่ชัดเจนและจำเป็นต้องรอข้อมูลเพิ่มเติม

รายงาน Beige Book ของเฟดแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังคงขยายตัวในระดับปานกลาง โดย 11 จาก 12 เขตเฟดรายงานกิจกรรมเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นเล็กน้อยถึงปานกลาง ราคาโดยรวมปรับขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลง และตลาดแรงงานส่วนใหญ่รายงานแรงกดดันด้านค่าจ้างที่ลดลง

ตลาดตอบสนองเชิงบวก โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปรับตัวลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 4.545% และดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลงต่อเนื่องสู่ระดับ 100.40 ค่าเงินยูโร (EUR/USD) ปรับตัวขึ้นแตะ 1.1475 ขณะที่เงินปอนด์ (GBP/USD) พุ่งขึ้นกว่า 1% แตะ 1.3550

น้ำมันดิบเผชิญแรงกดดัน ทองคำได้รับแรงหนุน หลังข้อมูล CPI สหรัฐฯ

ข้อมูล CPI สหรัฐฯ เดือนมิถุนายนที่ชะลอตัวเกินคาดส่งผลกระทบต่อสินค้าโภคภัณฑ์แตกต่างกันไป โดยทองคำได้รับแรงหนุน แต่น้ำมันดิบยังคงเผชิญแรงกดดันจากความกังวลด้านอุปสงค์

ราคาทองคำยังคงซื้อขายที่ $4,040 ในขณะที่น้ำมันดิบ WTI ทรงตัวในกรอบ $72-$74 รายงาน CPI แสดงให้เห็นว่าดัชนีพลังงานปรับตัวลง -5.7% ซึ่งสะท้อนแนวโน้มราคาน้ำมันที่อ่อนแอ

ประธานเฟด Warsh กล่าวต่อสภาคองเกรสว่าการฟื้นฟูเสถียรภาพด้านราคาคือภารกิจสำคัญที่สุดของเฟด และแสดงความกังวลต่อเงินเฟ้อที่สูงต่อเนื่อง ซึ่งถูกตีความว่าแม้เฟดจะยังคงระมัดระวัง แต่ข้อมูล CPI ที่ออกมาดีอาจเปิดทางให้เฟดปรับลดดอกเบี้ย

การปรับลดดอกเบี้ยที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจะส่งผลดีต่อทองคำ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงที่ลดลงจะเพิ่มความน่าดึงดูดของทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ย

นักลงทุนสามารถใช้แพลตฟอร์ม xmlunify เพื่อซื้อขายทองคำ น้ำมันดิบ และคู่สกุลเงินต่างๆ พร้อมรับการวิเคราะห์ตลาดและการสนับสนุนอย่างมืออาชีพ

เฟดส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบาย หลัง CPI สหรัฐฯ เดือนมิถุนายนชะลอตัวเกินคาด

สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ รายงานดัชนี CPI เดือนมิถุนายนว่าชะลอตัวลงอย่างมาก โดย CPI รายเดือนติดลบ -0.4% เมื่อเทียบกับที่ตลาดคาด -0.1% และ CPI รายปีลดลงจาก 4.2% สู่ 3.5%

การปรับตัวลงของ CPI ได้รับแรงหนุนหลักจากดัชนีพลังงานที่ร่วงลง -5.7% ซึ่งเป็นการลดลงรายเดือนมากที่สุดในรอบกว่า 4 ปี ขณะที่ค่าเช่าที่อยู่อาศัยซึ่งเคยเป็นปัจจัยที่ผลักดันเงินเฟ้อมาอย่างยาวนาน也开始ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% เท่านั้น

ตลาดเทรดดิ้งฟอเร็กซ์ตอบสนองอย่างรวดเร็ว Dollar Index (DXY) อ่อนค่าลงอย่างหนัก EUR/USD ดีดตัวทะลุ 1.10 ในขณะที่ GBP/USD ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ราคาทองคำยังคงซื้อขายเหนือ $4,000

ประธานเฟด Warsh ให้ถ้อยคำต่อสภาคองเกรส โดยย้ำจุดยืนที่เข้มงวดต่อเงินเฟ้อ พร้อมระบุว่าการฟื้นฟูเสถียรภาพด้านราคาคือ “ภารกิจอันดับหนึ่ง” แต่อย่างไรก็ตาม เขาหลีกเลี่ยงการให้คำแนะนำอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น ซึ่งตลาดตีความว่าเป็นการเปิดช่องให้ปรับลดดอกเบี้ยในอนาคต

Warsh ยังวิจารณ์กรอบนโยบายการเงินแบบเฉลี่ย (AIT) ที่นำมาใช้ในปี 2020 ว่า “เป็นความผิดพลาด” และชี้ว่าการลงทุนธุรกิจในภาค AI ที่กำลังเร่งตัวขึ้นเป็น “ลักษณะเด่นที่สุดของเศรษฐกิจในปัจจุบัน”

ด้านข้อมูลการค้าจีนออกมาแข็งแกร่งเกินคาด การส่งออกขยายตัว +27% ส่วนการนำเข้า +36% โดยการส่งออกชิปรวมเพิ่มขึ้นเท่าตัวเป็น $38,000 ล้าน ขณะที่การนำเข้าน้ำมันดิบลดลง 41%

สำหรับนักลงทุนที่เทรดผ่านแพลตฟอร์ม xmlunify ควรปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า และจับตาการปรับลดดอกเบี้ยของเฟดในช่วงครึ่งปีหลังเป็นสำคัญ

ราคาน้ำมันเบรนท์พุ่งสูงสุดในปี 2026 แตะ 78.14 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 2.8% จากวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันประมาณ 20% ของโลก การปิดช่องแคบนี้จะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อตลาดพลังงานโลก

ผลกระทบต่อเงินเฟ้อ

ในอดีตราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นทุก 10 ดอลลาร์สหรัฐจะทำให้ดัชนีราคาผู้บริโภคโลกเพิ่มขึ้น 0.3-0.5 จุดเปอร์เซ็นต์ภายใน 12 เดือน ระดับราคาน้ำมันปัจจุบันอาจทำให้เงินเฟ้อโลกเพิ่มขึ้นอีก 0.5-0.8 จุดเปอร์เซ็นต์ในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งจะส่งผลต่อนโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลก

คำแนะนำการลงทุน

แนะนำให้นักลงทุนซื้อดอลลาร์สหรัฐและทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ติดตามข้อมูล CPI สหรัฐฯ และสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด การใช้เลเวอเรจต่ำและการกระจายความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญในช่วงที่มีความไม่แน่นอนสูง

ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐวอล์เลอร์ส่งสัญญาณว่าอาจต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยในอนาคตอันใกล้หากอัตราเงินเฟ้อยังคงสูง ตลาดปรับเพิ่มโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยเดือนกรกฎาคมจาก 22% เป็น 39% ทันทีหลังจากคำพูดของวอล์เลอร์ ซึ่งสร้างความตกใจให้กับนักลงทุนจำนวนมากที่คาดหวังการลดดอกเบี้ยในช่วงครึ่งปีหลัง

ผลกระทบต่อตลาด

ดัชนีดอลลาร์สหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ 105.40 ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 2 ปีพุ่งสู่ 4.75% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ต้นปี 2025 ยูโรร่วงสู่ 1.0820 ปอนด์อังกฤษร่วงสู่ 1.2840 ข้อมูล CPI ของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้จะเป็นปัจจัยชี้ขาดว่าวอล์เลอร์จะได้รับเสียงสนับสนุนเพิ่มขึ้นหรือไม่ หาก CPI ต่ำกว่าคาด โอกาสขึ้นดอกเบี้ยอาจลดลงอย่างรวดเร็ว

คำแนะนำ

นักลงทุนควรรอลข้อมูล CPI ก่อนตัดสินใจลงทุน ลดการใช้เลเวอเรจ และเพิ่มสัดส่วนสินทรัพย์ปลอดภัยในพอร์ต การถือดอลลาร์สหรัฐและทองคำเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมในช่วงที่มีความไม่แน่นอนสูง

The five largest US banks reported Q2 earnings on July 14, providing key insights into the health of the American economy. JPMorgan Chase reported EPS of $5.92, beating expectations. Goldman Sachs delivered a standout performance with EPS of $11.82, far exceeding estimates. Bank of America, Wells Fargo, and Citigroup also reported results that were generally in line with or slightly above expectations. The strong earnings suggest the US economy remains resilient despite high interest rates and geopolitical uncertainty.

Market Implications

The positive bank earnings provide support for the dollar and ease recession concerns. Bank management commentary on the economic outlook is being closely watched. Overall, the results support the view that the US economy can withstand higher interest rates, which in turn supports the case for the Fed to maintain its hawkish stance if inflation persists.