ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ได้ทะยานขึ้นไปแตะระดับ 81 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแล้วในสัปดาห์นี้ นับเป็นการเพิ่มขึ้นกว่า 20 ดอลลาร์ตั้งแต่ต้นปี ซึ่งสาเหตุหลักไม่ได้มาจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่มาจากวิกฤตการณ์ที่ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก โดยปริมาณการเดินเรือผ่านช่องแคบนี้ลดลงเหลือเพียง 5% ของระดับปกติเท่านั้น
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางผ่านของน้ำมันดิบประมาณ 20% ของปริมาณการค้าน้ำมันโลก หรือประมาณ 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อการเดินเรือถูกจำกัดลงอย่างรุนแรงเช่นนี้ ตลาดน้ำมันโลกกำลังเผชิญกับภาวะตึงตัวอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากต้องเปลี่ยนเส้นทางไปอ้อมแหลมกู๊ดโฮป (Cape of Good Hope) ซึ่งเพิ่มระยะเวลาในการขนส่งถึง 2 สัปดาห์และเพิ่มต้นทุนการขนส่งอีก 3-5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ได้ออกรายงานในเดือนกรกฎาคมโดยระบุอย่างชัดเจนว่า “ความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันยังคงมีอยู่และกำลังทวีความรุนแรงขึ้น” และเตือนว่า “ตลาดอาจจะยังไม่ได้ประเมินความเสี่ยงของการหยุดชะงักของอุปทานอย่างเต็มที่” ถ้อยแถลงที่ตรงไปตรงมาเช่นนี้จาก IEA ซึ่งปกติให้ความเห็นอย่างระมัดระวัง สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของสถานการณ์
ผลกระทบของราคาน้ำมันที่สูงขึ้นต่อตลาดฟอเร็กซ์มีหลายมิติ ประการแรก ประเทศผู้ส่งออกน้ำมันเช่น แคนาดา นอร์เวย์ และกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียจะได้รับประโยชน์จากรายได้ที่เพิ่มขึ้น สกุลเงินของประเทศเหล่านี้มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ประการที่สอง ประเทศผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิเช่น ญี่ปุ่น อินเดีย และตุรกีจะเผชิญกับต้นทุนการนำเข้าที่สูงขึ้น ซึ่งจะกดดันค่าเงินของประเทศเหล่านี้ให้อ่อนค่าลง
ประการที่สามและสำคัญที่สุด ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะส่งผลโดยตรงต่ออัตราเงินเฟ้อทั่วโลก เมื่อต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้น ราคาสินค้าและบริการอื่นๆ ก็จะปรับตัวตามมา ซึ่งจะทำให้ธนาคารกลางต่างๆ ต้องคงนโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไปนานกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ สำหรับเฟด นี่หมายความว่าการต่อสู้กับเงินเฟ้อยังไม่จบสิ้น และการคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไปเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
สำหรับนักเทรดฟอเร็กซ์ ธีมเงินเฟ้อพลังงานเป็นหนึ่งในธีมการลงทุนที่สำคัญที่สุดในปี 2026 กลยุทธ์ที่ควรพิจารณาได้แก่ การ Long สกุลเงินของประเทศผู้ส่งออกน้ำมันเมื่อเทียบกับสกุลเงินของประเทศผู้นำเข้าน้ำมัน การติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด และการเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เนื่องจากสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว